สินค้าเบรกแตกดาหน้าขึ้น

ดันเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ทะยาน 4.1% กำลังซื้อดีดกลับเศรษฐกิจคืนชีพ

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน ม.ค. 53 สำรวจจากสินค้าและบริการ 417 รายการ เท่ากับ 106.29 เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับดัชนีเดือน ม.ค. 52 ที่เท่ากับ 102.19 เป็นการเพิ่ม 4 เดือนติดต่อกัน และเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 52 ที่เท่ากับ 105.6 เพิ่มขึ้น 0.6% สะท้อนว่าทิศทางเศรษฐกิจปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะกำลังซื้อจากภาคประชาชนที่กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง

ทั้งนี้ปัจจัยทำให้เงินเฟ้อเทียบปีต่อปีเพิ่มขึ้น มาจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่อง ดื่มเพิ่ม 3.2% มีรายการสินค้าสำคัญ ได้แก่ ข้าวและผลิตภัณฑ์ทำจากแป้ง เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ สัตว์น้ำเพิ่ม ผักและผลไม้ ไข่และผลิต ภัณฑ์นม อาหารสำเร็จรูป รวมถึงดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มก็ปรับเพิ่มเช่นกัน ได้แก่ ยานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิง กระแสไฟฟ้า น้ำประปา ค่ายาเวชภัณฑ์และค่าักษาพยาบาล ผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนสินค้าที่ลดลงมีเพียงเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า หมวดการบันเทิง การศึกษาและการศาสนา

สำหรับปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเทียบกับเดือน ธ.ค. 52 เพิ่มขึ้น มาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 0.7% สินค้าสำคัญ ได้แก่ ข้าว เนื้อสุกร ผัก ผลไม้ ไก่สด เครื่อง ดื่มไร้แอลกอฮอล์ อาหารสำเร็จรูป มีเพียงไข่ไก่เท่านั้นที่ราคาลด ขณะที่หมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 0.5% โดยเฉพาะราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้น ประกอบกับรัฐบาลลดมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ทำให้ค่าน้ำประปาเพิ่ม เช่นเดียวกับสินค้าอุปโภคบริโภค และรถยนต์ ส่วนสินค้าที่ลดลง ได้แก่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล้องถ่ายรูป โทรทัศน์

เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแสดงว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจน ตัวเลขการบริโภคในประเทศก็เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนสินค้าและปริมาณสินค้า สะท้อนว่าความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีมากขึ้น โดยสาเหตุที่ทำให้กำลังซื้อฟื้น มาจากการฟื้นตัวของการส่งออกทำให้ภาคการผลิตและการจ้างงานดีขึ้น อัตราการว่างงานเดือน พ.ย. ก็ลดลงต่ำสุดนับจากเผชิญวิกฤติมา ประกอบกับรายได้จากภาคเกษตรมีเพิ่มจากการขายผลผลิตได้ราคาสูง

นายยรรยง กล่าวว่า แม้เงินเฟ้อเดือนแรกสูงเกินเป้าหมายปี 53 ที่ตั้งเฉลี่ยไว้ 3- 3.5% แต่เชื่อว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีทำได้ตามเป้าหมาย โดยเงินเฟ้อเดือน ก.พ. มีโอกาสปรับตัวสูงอยู่และไตรมาสแรกจะเฉลี่ยที่ 3.7% แต่หลังจากนั้นค่อยปรับลดลงจนเท่ากับกรอบที่คาดการณ์ไว้ภายใต้สมมุติฐาน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด