DSI ลุยยึดรีสอร์ตหรูอัมพวากว่า 100 ล้าน คดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯ

DSI ลุยยึดรีสอร์ตหรูอัมพวากว่า 100 ล้าน คดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

DSI สนธิกำลังกรมส่งเสริมสหกรณ์ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ตรวจค้นยึดอายัดทรัพย์สินรีสอร์ตหรูอัมพวา มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ในคดีฟอกเงินเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด พร้อมปูพรมยึดอีก 5 จุด รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 พ.ค.) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับ นายประกอบ เผ่าพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พันตำรวจเอก สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ได้นำหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 363/2565 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เข้าตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ม.6 ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นรีสอร์ตติดริมน้ำ ตกแต่งสไตล์อังกฤษหรูหรา โดยมี นางศิริพร อดีตหัวหน้าฝ่ายการเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ นำเงินที่ยักยอกมาสร้างรีสอร์ตแห่งนี้ ซึ่งมีมูลค่าขั้นต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาหลักฐานและยึด/อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ต่อไป

นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 พบว่ามีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ได้รับคดีอาญาไว้ทำการสอบสวน กรณีมีการทุจริตภายในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด อันเป็นความผิดอาญาฐานลักทรัพย์นายจ้าง โดยพนักงานสอบสวนรับเป็นคดีอาญาที่ 86/2565 ซึ่งเรื่องนี้ได้ขอให้ DSI ดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดและติดตามทรัพย์สินคืนกับผู้เสียหาย โดยพบว่ามีการทุจริตเงินสหกรณ์ฯ มากกว่า 600 ล้านบาท กระทำการหลายครั้งลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (18)  แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

จากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่ามีเส้นทางทางการเงิน 2 เส้นทาง หลักมี 2 เส้นทาง คือ 1.นางศิริพร อดีตหัวหน้าฝ่ายการเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ยักยอกทรัพย์สินมาแปรสภาพเป็นบ้านพักอาศัย, ร้านอาหาร, ภัตตาคาร, ร้านกาแฟ ในจังหวัดปทุมธานี และรีสอร์ตแห่งนี้ ซึ่งมีมูลค่าประเมินกว่า 100 ล้านบาท หากเป็นราคาซื้อขายจริงจะแพงกว่านี

และ 2. นางพวงทิพย์ อดีตผู้จัดการฯ มีการนำเงินที่ทุจริตออกจากสหกรณ์ไปซื้อทรัพย์สินประเภทที่ดิน เพื่อประกอบกิจการรีสอร์ตหลายจังหวัด เช่น เพชรบูรณ์, สระแก้ว รถยนต์หรูและทรัพย์สินอื่นอีกจำนวนมาก โดยยังพบว่ามีการนำไปลงทุนซื้อหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนอื่นด้วย

จึงเป็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน เพื่อปกปิดแหล่งที่มา อันเป็นความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542  และเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 237/2565 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวน และยึด/อายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยจะได้มีการสืบสวนสอบสวนและขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

นอกจากนี้ ยังตรวจค้นพื้นที่พื้นที่เป้าหมายอีก 5 จุด ได้แก่ สถานที่พักอาศัยในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 จุด สถานประกอบกิจการภัตตาคารและร้านอาหารในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 จุด  สถานประกอบกิจการโรงแรมในจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 1 จุด

นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามผลการตรวจค้น ทั้ง 6 จุด พบทรัพย์สินประเภทที่ดิน จำนวน 8 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 61 ไร่, รถยนต์เปอโยต์ รุ่น BIPPER จำนวน 1 คัน, รถยนต์ฮุนได รุ่น H-1 จำนวน 1 คัน, รถยนต์ปอร์เช่ รุ่น คาเยน จำนวน 1 คัน, กระเป๋าแบรนด์เนมหลายใบ, นาฬิกาหรูจำนวนหลายเรือน รวมทรัพย์สินฯ ที่ได้ทำการตรวจยึด อายัดไว้มีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินต่อไป

นายไตรยฤทธิ์ ยืนยันว่า ขอให้เจ้าทุกข์มั่นใจว่าจะได้ทรัพย์สินคืนเนื่องจาก DSI ได้ร่วมกับ ปปง.ร่วมตรวจค้นและทำบัญชีอายัดทรัพย์สิน โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ DSI ได้ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าเงินจะโอนไปที่ใคร DSI จะประสาน ปปง.ตามไปยึดทรัพย์ และขยายผลไปยังชั้นที่ 2 ชั้นที่ 3 ต่อไป ซึ่ง DSI เคยมีผลงานในการยึดอายัดทรัพย์ สหกรณ์ออมทรัพย์รถไฟ และสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬา ซึ่งจะมีความคืบหน้าเสนอพี่น้องประชาชนให้ทราบต่อไป