อาลัย "วิว" เด็กรับรถพลเมืองดี ชอบช่วยเหลือคนจนสุดตัว เคยสู้โจรแบบไม่กลัวตาย

อาลัย "วิว" เด็กรับรถพลเมืองดี ชอบช่วยเหลือคนจนสุดตัว เคยสู้โจรแบบไม่กลัวตาย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

อาลัย "วิว" เด็กรับรถพลเมืองดี เพื่อนสนิทเผยเป็นคนดีมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนจนสุดตัว เคยสู้โจรที่เข้าร้านแบบไม่กลัวตาย

วันนี้ (20 พ.ค.65) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีชายคลุ้มคลั่งชิงรถแท็กซี่หลบหนี จนทำให้ นายนพดล พิมดี หรือ วิว พนักงานรับรถในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 3 ได้รับบาดเจ็บและกระโดดเกาะรถตามไป ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาว่า ขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนแล้ว และทราบว่า ผู้กระทำผิด พบสารเสพติดในร่างกายด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาล กำลังปราบปรามอย่างหนัก เพราะจะเห็นได้ว่า เป็นพิษภัยต่อสังคม

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวว่า ได้รับรายงานจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ ว่า ได้มีการประสานงานกับตำรวจ เพื่อที่จะได้ดำเนินการแจ้งสิทธิกับญาติผู้เสียหายในคดีอาญา พร้อมแนะนำในเรื่องเกี่ยวกับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา และการฟ้องคดีแพ่ง รวมถึงการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบในเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้ กรมคุ้มครองสิทธิ ได้รอข้อมูลของทายาทผู้เสียชีวิต ก่อนจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากคดีนี้ ผู้เสียชีวิต ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา โดยจะได้รับเงินเยียวยากรณีถึงแก่ความตาย 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท และค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 110,000 บาท แต่การจ่ายค่าตอบแทนฯ จะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ด้วย

บรรยากาศที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช นายณัฐภาส พิมดี พ่อของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายธนพัฒน์ ชัยศิริ หรือเม่น หุ้นส่วนร้านที่ผู้ตายทำงานอยู่ และ เพื่อนของผู้ตาย ได้เดินทางเข้าติดต่อขอรับศพ นายนพดล เพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา

พ่อผู้ตายเปิดเผยว่า วันนี้มาติดต่อรับร่างของลูกชาย หลังได้รับการแจ้งจากทางน้องสาวว่าลูกชายได้เสียชีวิตลงแล้ว จึงเดินทางมาทำเรื่องรับศพ ส่วนความสัมพันธ์กับลูกชายนั้น เกิดที่คลองเตย ก่อนจะย้ายไปอยู่ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีปู่ย่าเป็นผู้ดูแล ส่วนตนเองและแม่ของวิว ทำงานอยู่ในกรุงเทพ ต่อมาหลังจากวิว อายุ 4 ขวบ ได้เลิกราภรรยา และส่งเสียลูกชายมาโดยตลอด

จนกระทั่งลูกชายอายุ 18 ปี จบการศึกษาชั้น ม.6 ได้รับลูกชายมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ ประกอบกับในช่วงนั้นตนมีครอบครัวใหม่ และเริ่มมีปัญหาด้านการเงินเพราะเศรษฐกิจไม่ดี จึงมีปากมีเสียงกัน ทำให้ลูกชายขอแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกชายอีกเลย แม้ว่าจะพยายามหาเบาะแสในช่วงตลอดเวลาที่ผ่านมา จนเมื่อ 5 ปีที่แล้วได้เบาะแสว่าลูกชายทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสเจอกัน จนมาทราบเรื่องดังกล่าว

"นิสัยส่วนตัวลูกชายเป็นคนเรียบร้อย และชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งคนในหมู่บ้านที่ต่างจังหวัดต่างรู้ดี ความรู้สึกตอนนี้ผมอยากจะบอกลูกชายว่าให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี อีกไม่นานพ่อคงได้ไปอยู่ด้วยกัน"

ซึ่งวันนี้หลังจากที่รับศพลูกชาย จะมอบร่างให้กับพี่ๆ และเพื่อน เจ้าของร้านที่ทำงานเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนตนในฐานะพ่อขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยดูแลมาโดยตลอด

ในขณะที่นายสิงห์โชค เพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของผู้ตายเปิดเผยว่า ตนสนิทกับผู้ตายมาก รู้จักกับผู้ตายมาตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเด็กๆ เพราะบ้านอยู่ใกล้กับร้านที่ผู้ตายทำงานอยู่ เป็นเพื่อนเที่ยวกันมาโดยตลอด ตอนทราบข่าวช่วงแรกรู้สึกตกใจมากๆ เพราะตอนที่ได้ข่าวมาคือรู้แค่ว่า มีคนร้ายขโมยรถแท็กซี่ โดยมีพลเมืองดีเกาะท้ายรถตามไป แต่มารู้ภายหลังว่าพลเมืองดีคนนั้นคือพี่วิว ซึ่งหลังจากทราบว่าพี่วิวหายไป ส่วนตัวก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ว่าพี่วิวอาจจะไม่รอดชีวิตแล้ว เพราะคนแบบพี่วิวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องกลับบ้าน และครั้งนี้พี่เขาไม่กลับมาบ้านและไม่มีการติดต่ออะไรมาเลย จึงคิดว่าพี่เขาอาจจะไม่อยู่แล้ว

"นิสัยส่วนตัวทุกคนรู้ดีว่าพี่วิวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นมา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่ ถ้ามีคนเดือดร้อนเรื่องเงินเดินมาขอบอกว่าลำบาก ถ้าพี่วิวมีเงินก็จะให้ทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะพยายามหาให้ ไม่เคยทวงคืน ทุกคนในร้านจะรู้จักพี่วิวหมด ลูกค้าก็จำได้ ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ผมเคยเตือนหลายครั้งเรื่องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงตัวเอง ก่อนหน้านี้มีโจรเข้ามาขโมยของที่ร้าน พี่วิวก็เข้าไปต่อสู้ในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ผมก็เคยพูดว่าพอเถอะช่วยเหลือคนอื่นแบบสุดตัวแบบนี้ แต่พี่วิวก็ยังยืนยันที่จะช่วยเหลือเหมือนเดิม โดยบอกว่า “ที่ช่วยเหลือไป เพราะตัวเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็ช่วยๆ กัน”

ทางด้าน นายธนพัฒน์ เปิดเผยว่า สำหรับวิว ทำงานกับตนมานานกว่า 13 ปี อยู่กันแบบครอบครัว ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทำงานเกือบทุกอย่างในร้าน เป็นห่วงและเคยเตือนเขาเรื่องสุขภาพ เพราะเป็นคนทำอะไรทำเต็มที่ เวลาฝนตก และต้องไปรับลูกค้าที่ลานจอดเพื่อเข้าร้าน ก็จะเอาร่มไปกางให้ลูกค้าเพื่อพาเข้าร้านโดยไม่ห่วงตัวเองเลย ซึ่งต้องบอกว่า ณ จุดนี้ไม่มีใครมาแทนที่วิวได้จริง

ภายหลังการรับร่างของ นายนพดล พิมดี หรือ วิว จะนำไปที่ วัดด่าน ย่านถนนพระราม 3 เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป