เสธ.แดงขนนักรบดำรักษาความปลอดภัยม็อบ

กองทัพบกไล่บี้งัดโทษอาญาเล่นงานสรุปผิด2เรื่องใหญ่

พระราชพิธีวันรัฐธรรมนูญ สมเด็จพระบรมฯ เสด็จฯแทนพระองค์ ทรงวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ขณะที่หน่วยงานภาครัฐ-เอกชนจัดกิจกรรมคึกคัก ชวน ออกโรงสอนเยาวชนอย่าติดภาพนักการเมืองชั่ว มั่นใจวันนี้ทหารไม่คิดเรื่องยึดอำนาจแล้ว แต่ จาตุรนต์ หวั่นแน้วโน้มอาจเกิดรัฐประหารได้ ขณะที่ ม็อบเสื้อแดง มาตามสัญญา ยกพลชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทักษิณ โผล่วิดีโอลิงก์นำจุดเทียนชัยถวายพระพร เสธ.แดง ขนทีมนักรบดำช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย จตุพร-ณัฐวุฒิ จวกยับแผนขนคนป่วนชุมนุม ตะครุบทันควันต่างด้าวมั่วนิ่ม ด้านกองทัพไล่บี้เล่นงาน เสธ.แดง งัดโทษอาญาเล่นงานหนัก สรุปผลผิด 2 เรื่องใหญ่ แอบไปเขมร-พูดทำลายกองทัพ แต่ไม่กล้าลงดาบฟันเอง โยนเผือกร้อนให้รมว.กลาโหมช่วยเชือดแทน

ที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในการจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะ ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ 15 รูป เจริญพระพุทธมนต์จบแล้วทรงประเคนผ้าไตรและจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ในโอกาสนี้นายชัย ชิดชอบ ประธาน รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช รองประธาน รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ร่วมเข้าเฝ้าฯในพิธีดังกล่าวด้วย

* น้อมรำลึกวันรัฐธรรมนูญ

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้า ที่รัฐสภา ส่วน ราชการ หน่วยงาน คณะบุคคล และประชาชน ทั่วไป ได้ทยอยนำพานประดับพุ่มดอกไม้มาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ โดยนายชัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ผู้แทนพรรคการเมือง ได้นำพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกพระเกียรติคุณและแสดงกตัญญูกตเวที ต่อพระองค์ พระผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกแก่ปวงชนชาวไทย

* จัดเสวนาประชาธิปไตย

ส่วนที่คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีการเสวนาวิชาการเรื่อง รัฐธรรมนูญนิยม สิ่งที่ยังขาดในสังคมไทย เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย กล่าวตอนหนึ่งว่า การรำลึกวันรัฐธรรมนูญวันนี้เป็นการมารำลึกรัฐธรรมนูญในขณะที่ประเทศไม่มีรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง สังคมไทยอยู่กับความล้าหลังและมีแนวโน้มจะเกิดการเผชิญหน้าและการรัฐประหาร แต่เกิดขึ้นแล้วจะราบคาบราบรื่นเหมือนในอดีตหรือก้าวไปสู่ความรุนแรงมากกว่านี้เป็นสิ่งที่น่าห่วง ซึ่งการป้องกันคือเร่งปลูกฝังแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยมที่ดีและปลูกฝังให้ประชาชนมีแนวคิดไม่ยอมรับการรัฐประหาร ส่วนตัวเชื่อว่าสังคมไทยจะก้าวผ่านไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีได้

* ชวนเชื่อทหารไม่ยึดอำนาจ

ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีการเสวนาเรื่อง 77 ปีประชาธิปไตยไทย ก้าวไกลด้วยคนไทยช่วยกัน ภายใต้โครง การ มุมมองใหม่รัฐสภาไทยฆในสายตาเยาวชน จัดโดยรัฐสภาร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมงานด้วยจำนวนมาก นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้เยาวชนอย่ายึดติดกับภาพนักการเมืองเลวร้าย ตนเป็น ส.ส.มา 40 ปี ยืนยันว่าในสภามีนักการเมืองดีเหลืออยู่ แต่ที่ผ่านมาอาจจะมีเรื่องการซื้อเสียงเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ระบอบประชาธิปไตยหนีการเลือกตั้งไม่พ้น ทำอย่างไรจะขจัดเงื่อนไขที่ไม่ดีหรือขจัดการซื้อเสียงออกไปได้เพื่อสังคมจะได้มีคนดีมากขึ้นกว่านี้ อยากให้กำลังใจเยาวชนว่าขอให้ผู้ที่สนใจการเมืองเชื่อว่าในสังคมมีคนดีและไม่ดีอยู่ ดังกระแสพระราชดำรัสของในหลวงแต่ขอให้เรายึดถืออยู่ในฝ่ายที่จะเป็นคนดี

เราผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงผ่านการยึดอำนาจมามากแล้ว วันนี้เชื่อว่าในเรื่อง การยึดอำนาจทหารเองไม่คิดแล้วและประชาชนก็ไม่เอาด้วย แต่วันนี้เราเจอโรคใหม่คือโรคธุรกิจการเมือง เราผ่านวิกฤติเลวร้ายโดยเฉพาะการยึดอำนาจมาแล้ว ดังนั้นเราต้องผ่านธุรกิจการเมืองให้ได้ ถ้าผ่านไปได้ต่อไปเราก็จะมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งที่สุดในเอเชีย

* ม็อบเสื้อแดงมาตามสัญญา

ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่ช่วงสายเริ่มมีแนวร่วมเสื้อแดงทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทยอยมารวมตัวกันอย่างคึกคัก จากนั้นมีการตั้งเวทีชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยหันหน้าไปทางสนามหลวง ด้านข้าง ของเวทีมีจอมอนิเตอร์ 2 ตัว พร้อมรถ 6 ล้อที่ติดเครื่องขยายเสียง นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากนำสินค้าที่ระลึกมาตั้งซุ้มวางขายจำนวนมากส่งผลให้การจราจรในพื้นที่โดยรอบเริ่มติดขัดเพิ่มขึ้น สุดท้ายทาง ตำรวจต้องปิดเส้นทางการจราจรตั้งแต่บริเวณแยกผ่านฟ้าฯและสี่แยกป้อมมหากาฬไปจนถึงสี่แยกคอกวัว

* วรพงษ์กำชับระวังมือที่ 3

ที่ บช.น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีคำสั่งถึง ผบช.น., ภ.1-9, ศตช. และ ตชด. ผู้ปฏิบัติงานเพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. วันนี้ โดยให้ทุกหน่วยติดตามความเคลื่อนไหวของแกนนำ เครือข่าย หรือแนวร่วมของกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่รับผิดชอบ แล้วประสานการปฏิบัติกับ ศปก.น.อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ให้เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตรวจค้นอาวุธและสิ่งของผิดกฎหมายที่อาจนำมาใช้ในการชุมนุม รวมทั้งระมัดระวังการก่อเหตุของ บุคคลที่ 3 รวมถึงประชาสัมพันธ์และเตือนเจ้าของโรงงานหรือผู้ประกอบการสอดส่องดูแลลูกจ้าง (โดยเฉพาะลูกจ้างต่างด้าว) ที่อาจจะถูกชักจูง ไปร่วมชุมนุม รวมถึงให้ติดตามความเคลื่อนไหวกรณีปรากฏข่าวว่าจะมีอาสาสมัครทหารพรานเข้าร่วมเป็นการ์ดในการชุมนุม

* สั่งตรวจเข้มรัศมี200เมตร

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองโฆษก ตร. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ได้เรียกประชุมผู้บังคับหมู่ทุกพื้นที่เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ เกี่ยวกับข้อห้ามในการรักษาความปลอดภัยการชุมนุม โดยเน้นย้ำในที่ประชุมให้รองผู้บัญชาการที่รับผิดชอบงานสายตรวจ ตั้งจุดตรวจก่อนเข้าพื้นที่ชุมนุมและโดยรอบในรัศมี 200 เมตร เพื่อตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยและอาวุธ โดยให้ปฏิบัติตามแผน กรกฎา 52 อย่างเคร่งครัด และให้รายงานเหตุการณ์ทุก 3 ชม. หากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องรายงานให้ทราบภายใน 1 ชม.ให้กำลังผสมร่วมระหว่าง บก.น.1-9 และกองกำกับการเด็ก เยาวชนและสตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบความผิดปกติในรัศมี 200 เมตรรอบสถานที่ชุมนุม

* เสธ.แดงนำทีมนักรบชุดดำ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์มาดเข้ม แต่งกายชุดดำแบบทหารพรานเกือบ 100 คนอ้างว่าเป็นอดีตทหารพรานเดินทางเข้าร่วมชุมนุมและช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยมี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ. แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก แต่งกายด้วยชุดสนามลายพรางเดินทางมาพร้อมกับกลุ่มอดีตทหารพราน จากนั้น พล.ต.ขัตติยะ ได้ให้สัมภาษณ์ที่บริเวณด้านหลังเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า ขอฝากไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาตำหนิตนเพราะแปลความเจตนาผิดหมดเลย เนื่องจากไปฟังสถานีโทรทัศน์บางช่องที่ออกมาโจมตีตนมากเกินไป

* อ้างไว้ป้องกันเสื้อน้ำเงิน

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวต่อว่า ตนมีเจตนาดี เพราะ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ประสานมา ที่ตนให้ออกไปดูทหารพรานที่จะออกมาร่วมชุมนุมเพราะเกรงว่าจะปะทะกับทหารหลัก โดยทั้งคู่ไม่มีวิจารณญาณที่จะรับฟังและยังจะมาลงโทษตน นอกจากนี้ทราบว่าเงินที่พล.อ.อนุพงษ์ จะนำมามอบให้ทหารพราน 5 ล้านบาทนั้นเพื่อเป็นการจูงใจไม่ให้ทหารพรานออกมา ส่วนสาเหตุที่ตนต้องนำอดีต ทหารพรานประมาณ 200 คน จากค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินออกมาโจมตี

ด้านนายมงคล สารพัน อดีต อส.ทพ. ค่ายปักธงชัย กล่าวว่าสาเหตุที่มาร่วมชุมนุมเพราะมองว่าเป็นเรื่องของประชาธิปไตย ทั้งนี้มีทหารพรานที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ ได้ออกมาร่วมงานประมาณ 1,000 คน หากเกิดอะไรขึ้นมาก็จะออกมาปกป้องประชาชน

* แฉแผนขนคนป่วนม็อบ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงเช้าได้รับรายงานจากพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง จ.บุรีรัมย์ว่า มีการขนคนขึ้นรถบัสของบริษัทแห่งหนึ่ง จำนวน 4 คัน โดยแจกเสื้อแดงและเหล็กแป๊บให้ ดังนั้นจึงอยากเตือนว่าอย่านำกำลังดังกล่าวมาสร้างสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง เพราะวันนี้ไม่ใช่วาระไล่รัฐบาลและในวันที่ 15 ธ.ค. แกนนำกลุ่ม นปช.ก็จะประชุมกำหนดท่าทีในการขับไล่รัฐบาลต่อไป ทั้งนี้ในเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะวิดีโอลิงก์ นำประชาชนถวายพระพร จากนั้นในเวลา 20.00 น. แกนนำ นปช.ก็จะสลับกันขึ้นปราศรัย จะสลายการชุมนุมในเวลา 24.00 น. หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่หากมีอะไรเกิดขึ้นเราก็จะชุมนุมยืดเยื้อ

* รวบ3ต่างด้าวโผล่ชุมนุม

ต่อมาเวลา 13.50 น. กลุ่มการ์ดเสื้อแดงได้ควบคุมชาวต่างด้าว 3 คน จึงนำตัวไปส่งที่กองอำนวยการรักษาความปลอดภัย สน.สำราญราษฎร์ จากการสอบสวนทราบชื่อ 1.นายราชา บระตาไล อายุ 19 ปี ชาวพม่า 2.นายซันโตส จอมลาไกล อายุ 21 ปี ชาวพม่า และ 3.นายเพียเลีย เปา อายุ 32 ปี ชาวกัมพูชา ทั้งหมดมีบัตรรับรองเป็นคนต่างด้าวให้อาศัยในประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษ เบื้องต้นให้การอ้างว่าต้องการมาร่วมดูการชุมนุม แต่การ์ด นปช.ที่เข้าไปร่วมฟังการสอบสวนด้วยยังไม่ปักใจเชื่อ จากนั้นมีการสั่งการให้ตรวจดูบัตรประชาชนผู้จะเข้ามาร่วมชุมนุมอย่างเข้มงวด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า ขอเตือนว่าใครก็ตามที่สั่งการให้คนพวกนี้มาที่การชุมนุมขอรีบระงับคำสั่งโดยทันที ทั้งนี้ตนยังได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 1,000 คน นั่งรถทัวร์มาลงที่บริเวณพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่คนเสื้อน้ำเงินเคยรวมตัวกันช่วงสงกรานต์เลือด โดยสายข่าวรายงานว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดเตรียมสวมเสื้อแดงและเคลื่อนย้ายในเวลา 19.00 น. โดยไม่ทราบเจตนาว่าไปที่ใด จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบทันที

* แม้วทวิตจวกยับรธน.50

นอกจากนี้มีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯได้ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังสมาชิกในเครือข่าย Thaksinlive เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ว่า ปี 2475 รัฐธรรมนูญให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย ปี 52 ราษฎร??นอกจากนี้ยังทวิตข้อความผ่านเว็บบล็อก Twitter.co* ว่า วันนี้เป็นวันรัฐธรรมนูญทำให้นึกถึงมาตรา 1 ธรรมนูญการปกครองฯ 2475 ที่บอกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย ปัจจุบันไม่ใช่แล้วราษฎรคือผู้ถูกปกครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของกลุ่ม นปช.ในช่วงเย็นว่า เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยคนเสื้อแดงทยอยมาร่วมชุมนุมกันอย่าง คับคั่ง ทำให้การ์ด นปช.ต้องตั้งจุดตรวจบัตรประชาชนและอาวุธอย่างละเอียดทุกประตูทางเข้าเพื่อป้องกันคนต่างด้าวที่อาจสวมรอยเข้ามาสร้างความวุ่นวาย ส่วนบูธงานเฉลิมพระเกียรติของกระทรวงการคลัง บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ปรากฏว่าในช่วงเย็นกลุ่มแม่ค้า พ่อค้าได้ยึดพื้นที่จับจองตั้งแผงขายของ เช่น ขายข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว รวมถึงการนวดฝ่าเท้า ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา

* ชงกลาโหมฟันเสธ.แดง

ขณะเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งกรรมการสอบโทษทางวินัย พล.ต.ขัตติยะ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกกล่าวว่า กองทัพบกได้ตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดวินัยแก่ พล.ต.ขัตติยะ โดยมี พล.ท.มาโนช เปรมวงศ์ศิริ รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานกรรมการสอบ ซึ่งการสอบวินัยครั้งนี้มีกรอบความผิดใหญ่อยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การลาราชการไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะ เดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ และสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา 2.การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์กองทัพและผู้บังคับบัญชา ซึ่งคณะกรรมการของกองทัพบกได้สรุปผลการสอบเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้ว ซึ่งอำนาจการตัดสินใจสั่งลงโทษ พล.ต.ขัตติยะ ตามที่คณะกรรมการของกองทัพบกสรุปผลการกระทำผิดเป็นอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม เป็นผู้พิจารณาตัดสินตามระเบียบกระทรวงกลาโหม

* งัดโทษอาญาเล่นงานหนัก

เมื่อถามว่า ผลการสอบจะสามารถเอาผิดวินัยต่อ พล.ต.ขัตติยะ ที่เป็นทหาร ชั้นยศ นายพล ได้หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนทหารระดับชั้น นายพลนั้นไม่มีโทษทางวินัย เพราะถือเป็นทหาร ชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพสามารถมีวิจารณญาณคิดเองได้ ดังนั้นเมื่อกระทำความผิดจึงใช้ การว่ากล่าวตักเตือนก่อน แต่หากทหารชั้น นายพล ยังกระทำความผิดอีก จะถูกดำเนินคดีโทษทางอาญาของศาลทหาร ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลทหาร เพื่อพิจารณาโทษตามความผิด ทั้งนี้ พล.ต.ขัตติยะ เคยถูกกองทัพบกตั้งคณะกรรมการสอบมาก่อนหน้านี้ แล้วมีการให้รับทราบไว้แล้วว่า พล.ต.ขัตติยะ จะไม่ให้สัมภาษณ์พาดพิงกองทัพอีก ซึ่งเป็นการว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งคณะกรรมการสอบครั้งนี้ก็ได้มีการนำเรื่องนี้มาไว้ในการพิจารณาโทษความผิดด้วย และยังมีหลายคดีที่กองทัพบกเป็นโจทก์ฟ้องเอาผิดอยู่

* นายกฯเชื่อไม่มีเหตุปะทะ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะ นำอดีตทหารพรานมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ตนไม่ทราบว่า พล.ต.ขัตติยะ พูดจริงหรือพูดเท็จ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาก็ติดตามอยู่ เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอดีตทหารพรานดังกล่าวจะมีการติดอาวุธมาร่วมชุมนุมด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใครมีสิทธิที่จะติดอาวุธ เพราะการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญเป็นการชุมนุมที่รับรองสิทธิให้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ มีคำนี้ระบุอยู่ชัดเจน ดังนั้นถ้ามีการติดอาวุธก็ต้องถือเป็นความผิด

เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงว่าอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับประชาชนทั่วไปที่เดินชมงานเฉลิมพระเกียรติที่บริเวณถนนราชดำเนิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราพยายามให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอย่างที่สุด โดยในวันเดียวกันนี้ก็ได้งดกิจกรรม ก่อนที่จะเริ่มอีกครั้งในวันที่ 11-13 ธ.ค. เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงที่จะกระทบกระทั่งหรือปะทะกัน

* บุกสนามบินอุดรฯไล่สนธิ

ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี รายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี กว่า 200 คน ได้พากันไปชุมนุมบริเวณหน้าอาคารผู้โดยสาร สนามบินนานาชาติจังหวัดอุดรธานี หลังจากได้รับรายงานว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่และแกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเดินทางมาที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี จึงมีกลุ่มเสื้อแดงมาดักรอไล่ทั้งที่บริเวณสนามบินและปากทางเข้าหน้าวัดป่าบ้านตาด โดยมีการปราศรัยโจมตีอย่างดุเดือด กระทั่งนายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี ได้เดินทางไปตรวจดูความเรียบร้อย พร้อมขอความร่วมมือ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี เขต 1 พรรคเพื่อไทย ให้ช่วยดูแลผู้ชุมนุมอย่าให้เกิดความวุ่นวาย อย่างไรก็ดีกลุ่มเสื้อแดงรวมตัวอยู่เกือบทั้ง วัน กระทั่ง เวลา 15.00 น. ไม่มีวี่แววว่านายสนธิ จะเดินทางมาจึงได้สลายตัว

* ป๋าเปรมทำบุญอัฐิบรรพบุรุษ

ที่วัดเปรมศรัทธา หมู่ที่ 1 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา ช่วงสายวันเดียวกัน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางมาประกอบพิธีทักษิณานุปทานอัฐิบรรพบุรุษตระกูลติณสูลานนท์ หลังจากมีการเคลื่อนย้ายสถูปบรรจุ อัฐิของตระกูลติณสูลานนท์ตั้งแต่ต้นตระกูล คือ รองอำมาตย์โท หลวงวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) พร้อมทั้งบิดา-มารดาและเครือญาติของพล.อ.เปรม มาจากวัดดอนรักษ์ อ.เมืองสงขลา มาประดิษฐานอยู่ที่วัดเปรมศรัทธา เมื่อพ.ศ.2541 เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านติณสูลานนท์ อ.สิงหนคร สำหรับพิธีในครั้งนี้ได้มีบรรดาเครือญาติในตระกูลติณสูลานนท์ รวมทั้งนายวิญญู ทองสกุล ผวจ.สงขลา และประชาชนที่ทราบข่าวมาร่วมงานจำนวนมาก

* บุญจงโผล่โต้แทนลูกพี่

ส่วนที่กระทรวงมหาดไทย วอร์รูมติดตามสถานการณ์ได้สรุปผลการชุมนุม ของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเวลา 18.00 น. มีผู้เข้าร่วมชุมนุม ประมาณ 8,000 คน ส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือและภาคอีสาน อาทิ จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น จ.อุบลราช ธานีฯลฯ ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานพบว่าเป็นเครือข่ายที่จัดตั้งมาเป็นขาประจำ แต่การชุมนุมไม่สมควรเพราะอยู่ในช่วงคนไทยเฉลิมฉลองซึ่งอยู่ระหว่างการจัดงานของรัฐบาลยังไม่สิ้นสุด ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ส่วนกรณีที่แกนนำกล่าวหาว่า นายเนวิน ชิดชอบ ขนคนจาก จ.บุรีรัมย์ แฝงตัวสวมเสื้อแดงมาชุมนุม นั้นเป็นการพูดเท็จทั้งสิ้น เพราะการจัดงาน เฉลิมพระเกียรติที่ลานพระบรมรูปทรงม้านั้น แต่ละจังหวัดก็จะมาชมการแสดงด้วย วันที่ 10 ธ.ค.เป็นคิวของ จ.บุรีรัมย์ และจังหวัดอื่นก็มาร่วมงานด้วย ไม่มีใครถือเหล็กแป๊บแต่มาด้วยความจงรักภักดี

* ทักษิณทวงคืนประชาธิปไตย

ต่อมาเวลา 19.15 น. พ.ต.ท. ทักษิณ อดีตนายกฯ ได้วิดีโอลิงก์เข้ามาที่บริเวณเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ 77 ปีที่แล้ว เรามีรัฐธรรมนูญปกครองประเทศชั่วคราวที่ระบบให้อำนาจปกครองประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย เป็นเรื่องที่สวยงาม แต่มาวันนี้ประชาธิปไตยไทยไม่มั่นคง การเมืองก็ไม่มั่นคง มีประชาชนโทรศัพท์และทวิตเตอร์มาหาตนจำนวนมากว่ากำลังเหนื่อยยากจากภาวะเศรษฐกิจ ในช่วงของการปฏิวัติใหม่ ๆ ถึงขนาดมีนักธุรกิจญี่ปุ่นพูดกับตนว่า ประเทศไทยหักหลังเขา เพราะทำเหมือนมีประชาธิปไตยแต่จริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตย

ประเทศไทยมีประชาธิปไตย ที่องค์กรต่าง ๆ ออกมาใช้อำนาจตามสั่ง ไม่ใช้อำนาจตามกติกา บางองค์กรไม่มีกฎหมายก็เขียนกฎหมาย บ้านเมืองจึงวุ่นวายแบบนี้ และจะวุ่นไม่เลิกถ้าไม่เลิกใช้สองมาตรฐาน การที่คนเสื้อแดงเกิดขึ้นมากมายเพราะทนไม่ได้ วันนี้ถ้าไม่เลิกทำจะเกิดสงครามกลางเมืองเหมือนต่างประเทศ ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้คน ๆ เดียวล้มประชาธิปไตยได้ ถาม ว่าประเทศช้ำพอหรือยัง ถ้าคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนสามารถคุยกับผมได้ทุกเรื่อง

* ท้าปชป.แน่จริงเลือกตั้งใหม่

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เดี๋ยวนี้นอกจากมีรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยแล้ว ยังมีรัฐมนตรีสั่งการไม่ต้องติดคุก สั่งโยกงบแหลก ใหญ่กว่ารัฐมนตรีว่าการ วันนี้การบริหารงบไทยเข้มแข็ง กลายเป็นงบอ่อนแอ เหมือนงบมิยาซาวาที่กู้มาแล้วหายตามรอยไม่เจอ ทั้งนี้ขอท้าพรรคประชาธิปัตย์ถ้าแน่จริงลงเลือกตั้ง บอกได้เลยว่าฝ่ายเสื้อแดงชนะต้องแก้รัฐธรรมนูญเอา 40 คืนมา อย่างไรก็ตามการต่อสู้คนเสื้อแดงยึดหลักสันติเท่านั้นที่จะชนะยืนยันคนเสื้อแดงต้องการประชา ธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องการระบบที่มีการถ่วงดุลไม่เช่นนั้นจะมีคนใช้บารมีสั่งราชการหรือใช้อำนาจนอกระบบขอให้พอได้แล้ว เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นจะมีของสนุก ๆ ได้ดู

ทั้งนี้อย่ามองว่าสีแดงไม่ใช่คนไทยและไม่จงรักภักดี เพราะสีแดงหมายถึงชาติ ดังนั้นอยากชวนคนเสื้อแดงจุดเทียนชัยถวายพระพร จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวนำถวายพระพร รวมทั้งร้องเพลงสดุดีมหาราชา และเพลงสรรเสริญพระบารมี.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด