รวบลุงหัวร้อน ยิงเพื่อน-แม่เพื่อนหลานสาววัย 15 ถึงกับปล่อยโฮ ตัดพ้อหลานไม่รัก

รวบลุงหัวร้อน ยิงเพื่อน-แม่เพื่อนหลานสาววัย 15 ถึงกับปล่อยโฮ ตัดพ้อหลานไม่รัก

รวบลุงหัวร้อน ยิงเพื่อน-แม่เพื่อนหลานสาววัย 15 ถึงกับปล่อยโฮ ตัดพ้อหลานไม่รัก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณีเหตุลุงหัวร้อนใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สุจิตรา อายุ 35 ปี เสียชีวิต และยิง น.ส.จิราภา อายุ 32 ปี รวมถึงชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บ ภายในซอยสิงหเจริญอุทิศ 4 แยกซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา

ความคืบหน้าคดี เมื่อเวลา 11.30 น. พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญาธนบุรี พิจารณาออกหมายจับลุงหัวร้อน พร้อมพวกรวม 2 คน โดยศาลพิจารณาอนุมัติออกหมายจับที่ 88/2565 ลงวันที่ 13 ก.พ.2565 ให้จับ นายเสมา อายุ 50 ปี และ หมายจับที่ 89/2565 ลงวันที่ 13 ก.พ.2565 ให้จับ นายภานุสรณ์ อายุ 30 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ต่อมาเวลา 14.14 น. พลตำรวจตรีมานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8  เข้าจับกุมนายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี  ผู้ก่อเหตุยิง น.ส.สุจิตรา เสียชีวิต โดยพลตำรวจตรีมานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น เป็นการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ  เนื่องจากมีพยานหลักฐานเพียงพอให้ศาลเชื่อได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีความผิดจริง ถึงแม้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวน แต่เมื่อมีหมายจับแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นการจับกุมตามหมายจับ เบื้องต้นตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน 

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนเข้าไปสอบปากคำภายในห้องสอบสวนนานเกือบ 1 ชั่วโมง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตจริง โดยอาวุธปืนที่ใช้เป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน และนำมาเก็บรักษาไว้ที่บ้านที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตมีการท้าทาย และนัดหมายจะนำหลานสาวมาส่งให้ที่บ้าน ในวันเกิดเหตุ

เมื่อฝั่งผู้เสียชีวิตมาถึงก็มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน จนเกิดการชุลมุนกันขึ้น แต่ก็แยกย้ายกัน กระทั่งผู้เสียชีวิตออกจากบ้านไป ผู้ต้องหาพบว่าตัวเองถูกแทงเข้าที่ท้องด้านซ้าย จึงให้ผู้ต้องหาอีก 1 คนซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์พาไปส่งโรงพยาบาล และอ้างว่าเกรงจะถูกฝั่งของผู้เสียชีวิตรุมทำร้าย จึงพกอาวุธปืนไปด้วย เมื่อพบผู้เสียชีวิตยืนอยู่ที่หน้าปากซอยจึงเกิดความรู้สึกแค้นที่โดนทำร้าย จึงใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป ก่อนจะนำอาวุธปืนไปโยนทิ้งที่คลองห่างจากจุดเกิดเหตุ และไปหาที่ตั้งหลักเพื่อต่อสู้คดี

ทั้งนี้เมื่อชุดสอบสวนถามถึงประเด็นเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในครอบครัวและหลานสาว ผู้ต้องหาก็ปล่อยโฮร้องไห้ฟูมฟายด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะหลานสาวไม่รัก ไม่เชื่อฟัง ติดเพื่อนและหนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านคนอื่น ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้มีการลงโทษหลานสาวแต่เป็นด้วยความรักและเป็นห่วงใย ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายอย่างที่คู่กรณีกล่าวอ้าง

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน ชุดสืบสวนสอบสวนจะรอให้เจ้าหน้าที่งมปืนกระบอกดังกล่าวขึ้นมาได้เสียก่อน และเมื่อตรวจสอบว่าเป็นจริงตามคำให้การก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา ทั้งนี้คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ 2 คน คือตัวผู้ลงมือและผู้ขี่รถจักรยานยนต์อีก 1 คน ซึ่งในชั้นการสืบสวนสอบสวนในชั้นนี้ยังไม่พบว่ามีบุคคลอื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook