เปิดไทม์ไลน์คดีบอส อยู่วิทยา ตำรวจรับไร้ข้อมูลตอนนี้อยู่ไหน แต่ไม่เลิกตามล่าตัว

เปิดไทม์ไลน์คดีบอส อยู่วิทยา ตำรวจรับไร้ข้อมูลตอนนี้อยู่ไหน แต่ไม่เลิกตามล่าตัว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดลำดับเหตุการณ์ดำเนินคดี "บอส อยู่วิทยา" ยอมรับปัจจุบันไม่มีข้อมูลว่าเจ้าตัวอยู่ที่ไหน แต่ไม่ล้มเลิกความตั้งใจในการตามล่าติดตามตัวมาดำเนินคดี

วันนี้ (26 พ.ย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สรุปลำดับเหตุการณ์ของคดีจราจรที่ 625/2555 สน.ทองหล่อ และการดำเนินการของ ตร. ดังนี้

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 55 เวลา 05.30 น. ทาง บก.น.5 ได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีจราจร สน.ทองหล่อ ที่ 632/2555

ต่อมา ปี 2556 สรุปรายงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้องประมาทไม่หยุดช่วย และไม่ฟ้องเมาแล้วขับ สน.ทองหล่อ ส่งสำนวนให้อัยการ แต่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทางอัยการสั่งสอบพยานเพิ่ม 7 ราย เตือนให้ส่งหมายจับ 2 ครั้ง และให้ส่งตัวยื่นฟ้อง เพราะขับเร็วจะขาดอายุความ ทางนายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเป็นครั้งแรก

จากนั้น ปี 2557 อัยการขอทราบผลติดตามผู้ต้องหา เตือนให้ส่งหมายจับ นำผู้ต้องหายื่นฟ้อง สั่งสอบพยานเพิ่ม 4 ราย + 2 ราย ทางนายวรยุทธอยู่ต่างประเทศ อัยการเร่งการออกหมายจับ นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมอีก 4 ครั้ง

ปี 2558 อัยการสั่งสอบพยานเพิ่ม 5 ราย อัยการสั่งให้ส่งตัวนายวรยุทธ ทางนายวรยุทธร้องขอความเป็นธรรมอีก 2 ครั้ง ต่อหลายหน่วย

ปี 2559 อัยการสั่งสอบ พ.ต.อ.ธนสิทธิ สน.ทองหล่อ ส่งเรื่องญาติผู้ตายร้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนไปยัง ป.ป.ช., นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมอีก 4 ครั้ง ทาง บช.น.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงาน ตร.

ต่อมา 1 เมษายน 2559 ตร.จึงมีคำสั่งที่ 228/2559 ลงวันที่ 22 เม.ย. 59 ตั้งคณะกรรมการสืบสวน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีจราจร สน.ทองหล่อ ที่ 632/2555

ปี 2560 อัยการสั่งสอบ รศ.สายประสิทธิ์ อัยการให้ออกหมายจับในอายุความ 15 ปี (3 ก.ย. 70 ) สน.ทองหล่อ เพิกถอนหนังสือเดินทาง, นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมอีก 1 ครั้ง

ปี 2561 อัยการสั่งสอบพยานเพิ่ม 2 ราย นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมอีก 1 ครั้ง

ปี 2562 อัยการสั่งสอบพยานเพิ่ม 2 ราย นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุดอีก รวมเป็น 14 ครั้ง รองอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องประมาท ด้าน ป.ป.ช.มีมติตำรวจ 11 นาย ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่มีมูล 4 นาย ส่งให้ ตร.ดำเนินการ

ปี 2563 รอง อสส.มีคำสั่งไม่ฟ้อง+ตร.ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้อง, สน.ทองหล่อ แจ้งคำสั่งเด็ดขาด+ตร.ยกเลิกประกาศตำรวจสากล คำสั่ง ตร.ที่ 167/2563 ลงวันที่ 31 มี.ค. 63 ลงโทษทางวินัย ภาคทัณฑ์ 4 นาย, กักยาม 3 วัน 1 นาย, ยุติ 4 นาย, อีก 2 นายเกษียณอายุราชการ และคำสั่ง ตร.ที่ 385/2563 ลงวันที่ 26 ก.ค. 63 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบหรือไม่ คำสั่ง สนร.ที่ 255/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 63 ตั้งคณะตรวจสอบชุด ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ คำสั่ง ตร.ที่ 481/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย. 63 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อบกพร่องที่คณะกรรมการตรวจสอบ 385/2563 ตรวจพบ และมีคำสั่ง ตร.ที่ 551/2563 ลงวันที่ 27 ต.ค. 63 ตั้งคณะกรรมการพิจารณามีความเห็นตามรายงาน ศอตช. ให้ ผบ.ตร. พิจารณาสั่งการ

ปี 2564 มีคำสั่ง ตร.ที่ 289/2564 ลงวันที่ 21 มิ.ย. 64 เปลี่ยนประธานชุด 481/2563 และให้สืบสวนเพิ่มเติมในประเด็นของ ศอตช.

ขณะที่ภาพรวมการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีกล่าวหาข้าราชการตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ "บอส" นายวรยุทธ อยู่วิทยา ให้พ้นจากการถูกดำเนินคดี ดังนี้

คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่ง ตร.ที่ 228/2559 ลงวันที่ 22 เมษายน 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณี พล.ต.ต. กับพวกรวม 11 นาย ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหนังสือลงวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ส่งมติการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีจราจร ที่ 632/2555 ของ บก.น. 5 รวม 11 นาย ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ จากนั้นมีคำสั่ง ตร.ที่ 167/2563 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ลงโทษข้าราชการตำรวจ ภาคทัณฑ์ 5 นาย, กักยาม 3 วัน 1 นาย, ยุติเรื่อง 4 นาย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่ง ตร.ที่ 385/2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีการดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา, คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่ง ตร.ที่ 481/2563 ลงวันที่ 21 กันยายน 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีคณะกรรมการ 385/2563 พบข้อบกพร่องเพิ่มเติมของข้าราชการตำรวจ 7 นาย ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ

คณะกรรมการพิจารณาและมีความเห็น เพื่อดำเนินการตามรายงานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 551/2563 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2563 คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมตามคำสั่ง ตร.ที่ 289/2564 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจ 4 นาย ในเรื่องที่ได้กล่าวหาไว้แล้ว และข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามบทสรุปรายงาน ศอตช. และคณะกรรมการชุด ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่ง ตร.ที่ 385/2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 และคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมตามคำสั่ง ตร.ที่ 289/2564 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

ยอมรับไม่มีข้อมูลตอนนี้ "บอส" อยู่ไหน แต่ไม่เลิกตามล่าตัว

นอกจากนี้ กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับไม่มีข้อมูลยืนยันว่า นายวรยุทธ อยู่วิทยา หลบหนีอยู่ในประเทศใดในโลกนี้ หลังพบข้อมูลเดินทางออกไปจากประเทศไทยในปี 2560 ขณะที่ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันใช้ช่องทางหมายแดงของตำรวจสากล ประสานข้อมูลกับประเทศสมาชิก เพื่อสืบทราบถิ่นที่อยู่

พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท เชษฐา โกมลวรรธนะ หัวหน้าจเรตำรวจ (หน.จต.) พลตำรวจตรี โสภณ สารพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 และ พันตำรวจเอก ทรงเอก พัชรวิชญ์ ผู้กำกับการฝ่ายสนธิสัญญาและกฎหมาย กองการต่างประเทศ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถยนต์ชนตำรวจเสียชีวิต และหลบหนีไปต่างประเทศนานหลายปี

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทรงเอก เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ให้ประสานกับสถานทูตไทยในต่างประเทศ สถานทูตต่างๆ ประจำประเทศไทย และตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โปล จำนวน 195 ประเทศ ซึ่งนายวรยุทธถูกออกหมายแดง นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังทำคำร้องเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไว้แล้ว เมื่อได้รับแจ้งข้อมูลถิ่นที่อยู่ จะสามารถประกอบคำร้องเสนอให้อัยการสูงสุดดำเนินการตามขั้นตอนได้

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า กองการต่างประเทศ ไม่มีข้อมูลว่า นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ไปหลบอยู่ในสถานที่ใด หลังพบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทยในปี 2560

ขณะที่ในส่วนของการดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายวรยุทธ พล.ต.ท.เชษฐา ชี้แจงว่า จเรตำรวจสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีของนายวรยุทธ และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงมาแล้ว 3 ชุด ช่วงระหว่างปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยมีตำรวจถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมแล้ว 17 นาย ซึ่งในจำนวนนี้บางส่วนมีคำสั่งให้ลงทัณฑ์ กักขัง และบางส่วนยุติเรื่อง และยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเท็จจริง

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนายวรยุทธ พล.ต.ต.โสภณ ชี้แจงว่า ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ สอบเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการ และต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และเสพยาเสพติดโคคาอีน ประเภทที่ 2 โดยพนักงานสอบสวนส่งหมายจับให้พนักงานอัยการรับไปดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อนำตัวกลับมายื่นฟ้องต่อศาล

ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงประเด็นที่คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่า ตำรวจไม่มีงบประมาณเพียงพอในการบินไปจับตัว นายวรยุทธ ที่ต่างประเทศนั้น ข้อเท็จจริงคือ การติดตามตัวนายวรยุทธ สํานักงานตํารวจแห่งชาติใช้ช่องทางการส่งหมายแดงประสานกับตำรวจสากล อีกทั้งตำรวจไทยไม่สามารถนำกำลังเข้าไปจับตัว นายวรยุทธ ที่ต่างประเทศได้ เพราะเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตย

ดังนั้น หน้าที่ของกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำได้เพียงการขอความร่วมมือไปยังตำรวจสากล เพื่อสืบสวนถิ่นที่อยู่ของผู้ต้องหา และใช้ช่องทางการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนผ่านอัยการสูงสุด ซึ่งการที่จะมีงบประมาณหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการจับกุมนายวรยุทธ เพราะถึงมีงบประมาณก็ไม่สามารถไปจับตัวนายวรยุทธ​ในประเทศอื่นได้

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ ยังยอมรับว่า มีการสอบถามไปยังประเทศออสเตรียว่านายวรยุทธอาศัยอยู่ในประเทศหรือไม่ แต่ทางประเทศออสเตรียยังไม่ได้ตอบกลับ อีกทั้งชื่อของนายวรยุทธยังไม่ปรากฏในฐานข้อมูลของตำรวจสากลในประเทศออสเตรีย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการรอประเทศออสเตรียประสานข้อมูลกลับมา โดยขณะนี้ตำรวจสากลของไทยได้อัปเดตข้อมูลระบบไบโอเมตริกซ์ของนายวรยุทธเข้าสู่ระบบของสมาชิกตำรวจสากลแล้ว

พล.ต.ต.ยิ่งยศ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หนังสือเดินทางของนายวรยุทธ กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ยกเลิกไปแล้ว แต่ทั้งนี้ หากนายวรยุทธจะใช้หนังสือเดินทางของประเทศอื่น คงไม่สามารถก้าวล่วงได้

"ยังยืนยันว่า จะพยายามนำตัวนายวรยุทธกลับมาดำเนินคดี ก่อนที่คดีขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต จะหมดอายุความในปี 2570 และคดีเสพยาเสพติด จะหมดอายุความในปี 2565" พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวปิดท้าย

กมธ.ตำรวจ เผยเจ้าหน้าที่บอกไม่มีงบเดินทางไปจับ "บอส" ที่เมืองนอก

วานนี้ (25 พ.ย.) นายสัญญา นิลสุพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และคณะ แถลงถึงความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ว่า กมธ.ได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้แทนกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ผู้แทนสำนักงานจเรตำรวจ ผู้แทนกองการต่างประเทศ และผู้แทนจากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เข้าร่วมประชุม โดย กมธ.ได้ซักถามถึงการดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่ง ตร. โดยกองการต่างประเทศชี้แจงว่า มีการทำหนังสือประสานไปยังประเทศต่างๆ เพื่อสอบถามถึงที่อยู่ของผู้ต้องหา โดยปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากหลายประเทศตอบกลับมา และตำรวจสากลได้ออกหมายแดงคดีนี้แล้ว ส่วนประเด็นที่ กมธ.เสนอให้นำมาตรการเชิงรุกต่างๆ มาใช้ติดตามผู้ต้องหา เช่น การให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อติดตามนั้น ได้รับคำชี้แจงว่า มีปัญหาติดขัดในเรื่องงบประมาณ

นายสัญญา กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้สอบถามถึงการดำเนินการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการไม่ให้ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกล่าวหา 18 ราย ส่วนการสืบสวนข้อเท็จจริงตำรวจ 4 รายที่ถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนแปลงความเร็วของรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการและคาดว่าจะสามารถทำรายงานการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564

แต่ยังมีหลายประเด็นที่การตอบคำถามของผู้แทน ตร. ยังไม่มีความคืบหน้าและความชัดเจนเพียงพอ รวมทั้ง กมธ.ยังมีการหารือกรณีที่ ส.ส.ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ เรื่องการดำเนินการดังกล่าว หลังจากนี้คงจะมีการหารือร่วมกันระหว่าง กมธ.ตำรวจ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อประชุมร่วมกันในเรื่องนี้ พร้อมทั้งจะเชิญผู้แทน ตร. ที่อยู่ในระดับนโยบาย มาชี้แจงต่อ กมธ.ด้วย เพื่อให้การคำตอบคำถามจะได้ประเด็นที่ครบถ้วน

ทั้งนี้ กมธ. ได้มุ่งเน้นไปที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงขั้นตอนการดำเนินคดี แต่ยอมรับว่าผู้ที่เป็นญาติอาจทราบถึงที่อยู่ของผู้ต้องหา ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าจะเร่งสรุปรายงานการตรวจสอบเรื่องการทำคดีและช่วยเหลือคดีให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2564 นี้