อัดรัฐหาเสียงเมินกู้เศรษฐกิจ

นักวิชาการบี้ปลุกความน่าเชื่อถือทำนายจีดีพีปีหน้าขยายตัว 3.5%

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.คลัง เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ คิดใหม่ เศรษฐกิจไทยในงานสัมมนาทิศทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งจัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ว่า เศรษฐ กิจปี 53 จะฟื้นตัวแน่นอน แต่สิ่งที่ห่วง คือรัฐบาลมัวแต่ยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องหันมาสนใจกับเศรษฐกิจมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นไทยจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีความสำคัญของโลกต่อไป โดยรัฐบาลต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศ หรือไทยทรัสต์ ให้เกิดขึ้นแทนมุ่งเน้นแต่เรื่องสร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หรือไฮโกร์ท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน รวมทั้งต้องคิดใหม่แล้วทำเลย และขณะนี้ไทยไม่ได้เป็นผู้นำของอาเซียนแต่กลายเป็นอินโดนีเซียที่ใช้โอกาสจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ปฏิรูปเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพทางการเมือง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และ มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่น่าลงทุน

ไรก็ตามในสถานการณ์เช่นนี้ต้องยอมรับว่าอาจดำเนินการยากเพราะมีการเมืองนอกสภาต้องแก้ไข แต่รัฐบาลก็ดำเนินการ ได้โดยต้องเร่งปรับบุคลากรให้ดีกว่านี้ เร่ง วางยุทธศาสตร์ที่จะก้าวไปข้างหน้าให้ชัด เจน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรับผิดชอบและดูแลประชาชน ไม่ใช่เอาแต่ได้ หากรัฐบาลนำ พลังงานทั้งหมดมาทำให้เกิดไทยทรัสต์ไม่ใช่สร้างไฮโกร์ท ทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงกับต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งในประเทศให้เกิดแท้จริง เพิ่มประสิทธิภาพและนวัตกรรมใหม่ จะทำให้เดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ 3-5% ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐ กิจโลกและราคาน้ำมัน แต่ยังเป็นห่วงว่าการเมืองไทยจะกลายเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจเพราะขาดความต่อเนื่องของนโยบาย หากขัดแย้งบานปลายจะยิ่งส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้มีปัญหาการเมืองเพราะว่ามีบางคนไม่ยอมให้จบ แต่รัฐบาลจะไม่เสียสมาธิและเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อเนื่อง อะไรที่ควรทำก็ต้องทำ โดย เศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายเรื่องปัญหาราคาอาหาร พลังงานและสิ่งแวดล้อม การเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยเข้ากับเศรษฐกิจโลก และการปรับปรุงระบบการเงินการคลังให้รองรับการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต ทั้งนี้ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเติบโตได้ 3.5% และเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ต้องกู้เงินจนครบทั้ง 8 แสนล้านบาทแน่นอน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยา กรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐ กิจไทยปี 53 ว่า จะเติบโตในกรอบ 2.5-4.0% โดยมีโอกาสเติบโตมากสุดที่ 3.2% ภายใต้ปัจจัยเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว การเมืองมีเสถียรภาพ และไม่เกิดปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด