ศบค.ย้ำยังไม่มีมติเปิด กทม.แซนด์บ็อกซ์ ดีเดย์ 24 ก.ย. เริ่มฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 ให้ประชาชน

ศบค.ย้ำยังไม่มีมติเปิด กทม.แซนด์บ็อกซ์ ดีเดย์ 24 ก.ย. เริ่มฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 ให้ประชาชน
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

"หมอเบิร์ท" ย้ำ ศบค.ยังไม่มีมติให้เปิด กทม.แซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ รอ ศบค.ชุดใหญ่ เคาะ ขณะที่จะเริ่มฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 ให้กับประชาชนที่ได้รับซิโนแวคครบสองเข็มตั้งแต่ 24 ก.ย.นี้

วันนี้ (17 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวถึงกรณีเตรียมเปิดพื้นที่นำร่อง กทม.แซนด์บ็อกซ์ และหลายจังหวัด เพื่อรับนักท่องเที่ยวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางกรุงเทพมหานครและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือกันและเสนอแผนว่าจะมีการจัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว กทม.แซนด์บ็อกซ์ ซึ่ง ศบค.ชุดเล็กก็รับทราบ

อย่างไรก็ตาม ตนขอเรียนว่า ยังไม่ถือเป็นมติที่อนุมัติเรื่อง กทม.แซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 15 ต.ค. เพราะการเสนอแผนดังกล่าวต้องทำเป็นขั้นตอน โดยพื้นที่หารือร่วมกับในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจำเป็นต้องเสนอผ่านกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีการตรวจสอบมาตรการอย่างรอบคอบ รัดกุม เพราะ กทม.เป็นพื้นที่ใหญ่และมีความหลากหลายในพื้นที่ จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียด

ทั้งนี้ พญ.อภิสมัย กล่าวว่า เมื่อกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้วจะต้องหารือร่วมกับ ศบค.ชุดเล็ก ก่อน แล้วจึงเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ อนุมัติ เพราะการอนุมัติพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว จะต้องทำเป็นขั้นตอนและเป็นมาตรการเดียวกันในทุกพื้นที่ โดยหลักกระทรวงสาธารณสุขจะพิจารณาความพร้อมของพื้นที่ มาตรการควบคุมโรคมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน หากมีรายงานพบผู้ติดเชื้อ เกิดคลัสเตอร์ พื้นที่มีมาตรการจะรับมืออย่างไร ซึ่งจะต้องมีการประเมินตนเองของพื้นที่ และมีการประเมินโดยสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องด้วยว่าจะกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องได้ เช่น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และในแง่การพบผู้ติดเชื้อ ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีผู้ติดเชื้อแล้วจะไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ระบบสาธารณสุขที่รองรับจะต้องมีความพร้อม

นอกจากนี้ พญ.อภิสมัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อจะทำแซนด์บ็อกซ์ที่ไหนก็ตาม จะต้องพิจารณาหารืออย่างรอบคอบ เมื่อมีการพูดถึงการเปิดพื้นที่นำร่อง กทม. ก็มีคำถามตามมาว่าการกักตัว 14 วัน จะยกเลิกหรือไม่ ซึ่งคำตอบจากมติ ศปก.ศบค. ในวันนี้ ยังคงมาตรการกักตัว 14 วัน ใน Alternative Quarantine (AQ) ตามมาตรการสาธารณสุข ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเริ่มมีการทบทวนการเปลี่ยนไปเป็นสถานที่พักแบบที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ทำ SHA Plus เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะบุคลากรที่ทำงานใน AQ ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้ว คงต้องติดตามมติ ศบค.ชุดใหญ่ ในเรื่องของ กทม.แซนด์บ็อกซ์ และพื้นที่นำร่องจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

ในขณะที่สถานการณ์ประจำวันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2564 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,555 ราย รวมผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 1,448,792 ราย กำลังรักษาอยู่ 129,421 ราย รักษาในโรงพยาบาล 44,439 ราย และโรงพยาบาลสนาม 84,982 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 3,851 ราย และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 787 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 1,304,247 ราย หายเพิ่ม 13,691 ราย เสียชีวิตใหม่ 171 ราย รวมเสียชีวิต 15,124 คน

ด้านยอดการฉีดวัคซีนโควิดในประเทศไทยรวมสะสม 43,342,103 โดส แบ่งเป็นวัคซีนเข็มแรก 28,436,015 ราย เพิ่มขึ้น 350,813 ราย เข็มที่สองจำนวน 14,285,995 ราย เพิ่มขึ้น 512,811 ราย และเข็มที่สามจำนวน 620,093 ราย เพิ่มขึ้น 965 ราย

ซึ่งผู้ช่วยโฆษก ศบค. ระบุว่า การฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ครอบคลุมประชากรเกิน 50% ในจังหวัดทั้งหมด 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ภูเก็ต และพังงา ส่วนจังหวัดที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 70% ในจังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ภูเก็ต, ระนอง และพังงา โดยนโยบาย ศบค. ในเดือน ต.ค. มอบให้ทุกจังหวัดฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากร 50% รวมถึงหากฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ กลุ่มผู้มีโรคเสี่ยง ครอบคลุม 70% แล้ว ก็ขอให้ฉีดต่อเนื่องให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีการพูดถึงเรื่องวัคซีนโควิดกระตุ้นเข็ม 3 หรือ บูสเตอร์โดส ที่จะเริ่มฉีดในวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งเป็นวันมหิดล กระทรวงสาธารณสุขมีการอนุมัติให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคสองเข็ม เข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นได้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. เป็นต้นไป โดยประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคสองเข็มตั้งแต่เดือน มี.ค.- พ.ค. มีประมาณ 3 ล้านราย การรับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 จะเป็นการทยอยฉีดให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยจะมีข้อความส่งไปเพื่อให้เข้ามารับเข็มสาม

ส่วนผู้ที่รับวัคซีนครบสองเข็มในช่วงเดือน มิ.ย. และ ก.ค. จำเป็นต้องรอก่อนเนื่องจากเป็นการทยอยฉีด ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตที่มีการฉีดวัคซีนสองเข็มเกิน 70% แล้วนั้น ได้ทำการศึกษาทดลองปรับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มสามเป็นการฉีดเข้าทางผิวหนังเทียบกับกลุ่มที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยการทดสอบภูมิหลังสองสัปดาห์พบว่าทั้งสองแบบไม่มีความแตกต่างกัน ทางภูเก็ตจึงเสนอให้ที่ประชุมสาธารณสุขรับรอง และมีข้อสรุปว่าสามารถฉีดวัคซีนเข้าผิวหนังได้ โดยจะเริ่มที่จังหวัดภูเก็ตก่อน