หุ้นไทยฟื้นตัวปิดพุ่งเกือบ 18 จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทย วันที่ 4 พ.ย. ดัชนีดีดตัวทันทีที่เปิดตลาด และยืนบวกได้อย่างแข็งแกร่งทั้งวัน โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 686.41 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 672.76 จุด จนมาปิดตลาดที่ 686.41 จุด เพิ่มขึ้น 17.93 จุด หรือ 2.68% ด้วยมูค่าซื้อขาย 18,780.70 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 213.75 จุด เพิ่มขึ้น 3.37 จุด มูลค่าซื้อขาย 438.27 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

1.ปตท.สผ. ปิดที่ 134.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท

2.ปตท. ปิดที่ 236.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท

3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 80.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

4.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 79.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท

5.ปตท.เออาร์ ปิดที่ 21.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท

น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผอ.อาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรง หลังลดลงติดต่อกัน 6 วันทำการ ซึ่งเป็นตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย และยุโรปที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งได้สะท้อนปัจจัยลบเรื่องมาบตาพุด และแหล่งขุดเจาะน้ำมันมอนทาราของ บริษัท ปตท.สผ.ไปแล้ว จึงทำให้มีแรงเข้าซื้อกลับ

ส่วนแนวโน้มวันที่ 5 พ.ย. มองว่า ดัชนีมีทิศทางการปรับตัวที่ดี แต่ก็พร้อมจะปรับฐานทันทีหากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบบรรยากาศการลงทุน ซึ่งต้องติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า จะมีมาตรการทางการเงินออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ หลังสถาบันการเงินสหรัฐเริ่มตึงตัว ซึ่งหากมีมาตรการจะส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ฟื้นตัว และส่งผลให้หุ้นไทยฟื้นตัวตาม ประเมินแนวรับที่ 680 จุด แนวต้าน 690-695 จุด ด้านกลยุทธ์ แนะนำทยอยขายเมื่อดัชนีปรับขึ้นบริเวณแนวต้าน แต่หากดัชนีลดลงแนะนำซื้อกลุ่มธนาคาร.