ตั้งเป้าต้อนหนี้เข้าระบบล้านราย

เปิดลงทะเบียนทั่วประเทศ1ธ.ค.พร้อมธนาคารรัฐสนองนโยบาย

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อซักซ้อมเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อ พร้อมทั้งกำหนดกฎกติกา ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยในวันที่ 19 พ.ย. ที่จะถึงนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แถลงรายละเอียดของโครงการทั้งหมด ซึ่งนับเป็นวันสำคัญอีก วันหนึ่งที่จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนทั่วทั้งประเทศ

คาดว่าจะเริ่มให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน เป็นผู้รับขึ้นทะเบียนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.นี้ เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีสาขาทั่วประเทศจำนวนมาก เบื้องต้นประเมินว่า จะให้ประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบจะเปลี่ยนมาเป็นหนี้ในระบบ วงเงินคนละ 200,000 บาท โดยธนาคารของรัฐทั้งหมด จะมีโครงการสินเชื่อที่เหมาะสมออกมารองรับ ส่วนดอกเบี้ยนั้น ยังรอพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และต้องดูตามความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนแต่ละรา้วย ประเมินว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ล้านราย และรัฐจะเร่งแก้ไขหนี้นอกระบบครั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณ 53

ต้องย้ำว่า โครงการนี้เป็นการเปลี่ยนจากหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ ซึ่งนอกจากธนาคารของรัฐจะมีสินเชื่อที่เหมาะสมกับประชาชนกลุ่มนี้แล้ว จะต้องปรับลดเงื่อนไขให้สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ที่สำคัญการฟื้นฟูและฝึกหัดอาชีพจะต้องมีรองรับด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญของโครงการนี้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันประชาชนที่เคยเป็นหนี้นอกระบบเหล่านี้ไม่ให้กลับมาเป็นหนี้นอกระบบอีกครั้งในระยะยาว โดยกระทรวงการคลังจะให้ความสำคัญทั้งการแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มช่องทางทางการเงินให้ประชาชนระดับรากหญ้ามีโอกาสเข้าถึงได้

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากท ธ.ก.ส. และออมสินขึ้นทะเบียนประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว กระทรวงการคลังจะรวบรวมข้อมูลส่งมาให้กรมบัญชีกลางคัดแยกประเภทของหนี้ เพื่อส่งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐดำเนินการช่วยเหลือประชาชนต่อไป เบื้องต้น จะให้.ก.ส. ดูแลหนี้ของเกษตรกร ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่เกษตรกรนั้น จะให้ธนาคารออมสิน และธนาคารอื่น ๆ ของรัฐเข้าร่วมด้วย

รัฐบาลได้ปรับเป้าหมายการแก้ปัญหาดังกล่าว จากเดิมที่จะเป็นเฉพาะหนี้นอกระบบเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่า หนี้ของประชาชนจะมีทั้งในส่วนที่เป็นหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาหนี้ของประชาชนทั้งหมดไปพร้อม ๆ กัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน และลดภาระ

นายพงษ์เทพ ถิฐาพันธ์ เลขานุการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้รายละเอียดเงื่อนไขในการดำเนินโครงการดังกล่าวยัง ไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่สามารถที่จะกำหนดดอกเบี้ย หรือ เกณฑ์การผ่อนชำระที่ชัดเจนออกมาได้ และแต่ละธนาคารมีความสามารถต่างกันไป คาดว่าจะต้องประชุมร่วมกันอีกหลายรอบ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ ก่อนที่จะเริ่มเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด