นักโทษติดโควิดอีก 1,408 คน จาก 7 เรือนจำ ปัดมีงบดูแลผู้ต้องขังแค่ 7.5 แสน

นักโทษติดโควิดอีก 1,408 คน จาก 7 เรือนจำ ปัดมีงบดูแลผู้ต้องขังแค่ 7.5 แสน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ราชทัณฑ์ พบ นักโทษติดโควิด-19 เพิ่ม 1,408 คน จาก 7 เรือนจำ ปัดมีงบดูแลผู้ต้องขัง 7.5 แสน ย้ำเป็นคนละส่วน เร่งเสนอขออีก 411 ล้าน นำมาใช้คุมสถานการณ์-ตั้งรพ.สนาม

นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา เปิดเผยข้อมูลการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ขณะนี้พบนักโทษติดเชื้อโควิด อยู่ระหว่างการรักษา ทั้งหมดจำนวน 11,670 ราย จากเรือนจำ 13 แห่งทั่วประเทศ

โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,408 ราย จาก 7 เรือนจำ ประกอบด้วย

  • เรือนจำกลางเชียงใหม่ 50 ราย
  • ทัณฑสถานหญิงกลาง 245 ราย
  • เรือนจำกลางคลองเปรม 159 ราย
  • เรือนจำพิเศษธนบุรี 277 ราย
  • เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา 7 ราย
  • เรือนจำจังหวัดนนทบุรี 342 ราย
  • เรือนจำกลางบางขวาง 328 ราย

ส่วนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ขณะนี้พบ ติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 35 ราย ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการ SWAB ตรวจหาเชื้อ และเอ็กซเรย์ปอด

ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเรือนจำซึ่งพบการติดเชื้อทุกราย ขณะที่ผู้ต้องขังที่ไม่พบเชื้อ หรือ ตรวจแล้วไม่พบเชื้อในครั้งแรก จะให้ดำเนินการ SWAB ทุก 7 วัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อสร้างความมั่นใจ ส่วนผู้ที่ติดเชื้อแล้วจะทำการตรวจซ้ำเมื่อหายแล้วอีกที

สำหรับกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า กรมราชทัณฑ์มีงบประมาณในการดูแลควบคุมการระบาดโรคโควิด-19 ในเรือนจำเพียง 750,000 บาทเท่านั้น นายสิทธิ ระบุว่า งบประมาณดังกล่าวเป็นงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสัญจร แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดการประชุมสัญจรได้ กรมราชทัณฑ์จึงนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรให้กับเรือนจำทั่วประเทศแก้ปัญหาโควิด-19 เพิ่มเติม เป็นคนละส่วนกับงบประมาณที่ใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยซึ่งอยู่ในงบประมาณปกติอยู่แล้ว

แต่ทั้งนี้ เนื่องจากปีนี้ต้องเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้งบประมาณที่ตั้งไว้ในภาพรวมไม่เพียงพอ กรมราชทัณฑ์จึงได้เสนอคำขออนุมัติงบประมาณจากงบกลางไปยังสำนักงบประมาณเป็นเงินประมาณ 411 ล้านบาท

โดยจะนำเงินก้อนนี้มาใช้ในการจัดตั้งรพ.สนาม รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่จะใช้ดูแลรักษาผู้ต้องขัง โดยขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ที่สำนักงบประมาณ ที่จะต้องนำเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบ และหากนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก็จะนำเรื่องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป