"หนุ่ม ศรราม" เผยฟังคำขอโทษของอดีตภรรยาจนชิน ลั่นจะทำอะไรแล้วแต่ วันนี้ขอเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด

"หนุ่ม ศรราม" เผยฟังคำขอโทษของอดีตภรรยาจนชิน ลั่นจะทำอะไรแล้วแต่ วันนี้ขอเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่ม ศรราม ออกโรงเปิดปากครั้งแรกหลังอดีตภรรยาไลฟ์สดเปิดศึกมหากาพย์แฉติดเหล้า มีมือที่สาม กีดกันการเจอลูก แล้วประเด็นการยืมเงินจนต้องใช้หนี้แทนอีกแล้ว พร้อมเปิดหลักฐานเด็ดอดีตภรรยาอ้างติดโควิด เพื่อยืมเงินแฟนคลับ โดยเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง วัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ ,หนิง ปณิตา และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ


ไลฟ์แรกของภรรยาบอกว่าคุณหนุ่มไม่ให้เจอลูก จริงไหม?

หนุ่ม : "10 เดือนไม่ยอมให้เจอลูกเลย ขออนุญาตเรียนแบบนี้ว่าตั้งแต่เราแยกทางกัน ผมให้พบลูกเดือนละ 2 ครั้ง โดยผมได้มอบหมายให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นคนประสานงานในการพบลูกทุกครั้ง เพราะว่าบางทีผมถ่ายละคร ทำงานอย่างอื่นผมอาจจะไม่สะดวก อย่างที่เคยมาออกคุยแซ่บ Show เราไปเจอกันที่ร้านอาหารที่เราเคยทานเป็นประจำ พอครั้งที่2 คุณติ๊กไปร้องมูลนิธิ จำได้ว่าวันนั้นหนิงเป็นพิธีกร พอเขาไปร้องมูลนิธิ ผมก็ให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายไปดูที่มูลนิธิ ปรากฎว่าสถานที่ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ คุณติ๊กให้คนที่มูลนิธิไปติดต่อประสานงานกับทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องสิทธิสตรีและเด็ก ผมกับที่ปรึกษาทางกฎหมายก็ไปดูสถานที่ก็เห็นว่าสถานที่มันสะอาดก็เลือกตามความประสงค์ของคุณติ๊ก ก็เลยเอาวีจิไปเจอติ๊กที่นั่น พอไปได้ 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 คุณติ๊กไม่พอใจสถานที่ ก็บอกว่าขอกลับมาเจอที่ร้านอาหารเหมือนเดิมได้ไหม ผมก็บอกว่าได้ ไม่เป็นไร ผมก็พามาเจอที่ร้านอาหารเดิม"

"ปรากฎว่าคุณติ๊กพาบุคคลภายนอกที่ผมไม่รู้จักมาก่อน แล้วเขามาบอกผมว่าต่อไปไม่ให้เจอที่ร้านอาหารแล้ว ก็ให้ไปนอนที่ห้องติ๊กเลย ผมก็เรียนผู้หลัก ผู้ใหญ่ ท่านนั้นว่า ผมไม่รู้จักท่าน แล้วผมก็มีสิทธิ์ในการดูแลลูกอยู่แล้ว แล้วผมก็ไม่รู้ว่าผมจะมานั่งคุยกับท่านทำไม เพราะว่าผมมีหน้าที่เอาลูกมาเจอแม่ แล้วได้บอกคุณติ๊กว่า ผมไม่มีความประสงค์ให้บุคคลภายนอกมาพบลูก ที่ผมพาลูกมาให้เพื่อให้คุณติ๊กอยู่กับลูก ครั้งต่อมารู้สึกว่าคุณติ๊กจะไม่สบาย เขาแจ้งผ่านที่ปรึกษาทางกฎหมายมาว่าเขาไม่สบายนะ เขาขออนุญาตเสาร์นี้ไม่เจอ ก็ไปเจออีกเสาร์นึง ทีนี้อีกเสาร์นึงมาเจอใกล้ๆ วาเลนไทน์ คุณติ๊กก็เอาดอกไม้ไปโรยทั้งชั้นของร้านอาหาร แล้วก็มาโรยที่รถตู้ผม ผมแค่บอกว่ามันสิ้นเปลืองไหม แต่ก็เข้าใจความเป็นแม่ เขาอยากฉลองวาเลนไทน์กับลูก เขาให้คำตอบมาแบบนั้น ทีนี้ที่ปรึกษาทางกฎหมายและผมมานั่งคุยกันว่า น่าจะให้เขาเจอกันมากขึ้น เพราะผมเห็นวีจิก็ดีใจ ติ๊กก็ดูดี เวลาอยู่กับลูก คุยกับคุณติ๊กว่าจากเดือนละ 2 ครั้ง เป็นเดือนละ 4 ครั้ง ทุกวันเสาร์ แต่ที่เจอเปลี่ยนแล้ว เป็นคอนโดของคุณย่าที่อยู่ตรงข้ามบ้าน  เราก็ทำความสะอาดเรียบร้อย เพราะคิดว่าถ้าไปเจอที่ร้านอาหารมันเป็นการรบกวนเขาในเรื่องการทำธุรกิจของเขา เพราะว่าร้านเขาก็รีโนเวทด้วย ก็จัดที่ จัดทางที่คอนโดไว้ให้ พูดง่ายๆ ว่าครั้งแรกมันไม่สะดวกสบายอย่างที่ควร แต่มันก็สะอาดสะอ้าน"

เจตนาของคุณหนุ่มที่ให้ไปเจอที่คอนโด เพื่อให้แม่ลูกทำกิจกรรมด้วยกัน?

หนุ่ม : "เขาจะได้มีความเป็นส่วนตัว เขาจะได้นอนกอดกัน คุณแม่จะได้สอนเขาอ่านหนังสือ มีทีวีให้ดู มีสระว่ายน้ำ สวนหย่อม เป็นที่เป็นทาง แล้วติ๊กก็บอกว่าวันนี้ขอพาลูกไปเซ็นทรัลได้ไหม ผมก็ถามว่ามีเงินติดตัวหรือเปล่า เขาบอกว่ามี เขาก็พาไป พอแยกกันปุ๊บก็มีคนโทรมาหาผมเลยว่าคุณติ๊กยืมเงินไป 5 พัน ผมก็คืนให้ทันที ผมเห็นว่าพาลูกเราไป แต่ผมก็ไม่ได้ถามนะ มันก็เลยเป็นประเด็นกันอยู่ เขาให้ด้วยความพึงพอใจ คือเขาไม่ได้ยืมนะ พี่คนนี้ให้วีจิ เพราะเอ็นดูวีจิ คุณติ๊กเขาบอกอย่างนั้น แต่ในไลน์แชทมันขึ้นคำว่ายืม ชัดเจนอยู่แล้ว"

ทุกครั้งที่อดีตภรรยาพี่หนุ่มมาเจอกับลูกก็ทำกิจกรรมแฮปปี้ราบรื่น?

หนุ่ม : "ตอนเจอกันทุกครั้ง ผมให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นคนประสาน หลังจากวันนั้นที่คุณติ๊กไปเซ็นทรัล สัปดาห์ต่อมาจะเป็นวันที่ 20 มีนาคมแล้ว ซึ่งเขาก็ทราบแล้วว่าวันที่ 20 เราจะไปหาหมอด้วยกัน เป็นคุณหมอที่ดูแลเรื่องพัฒนาการเด็ก ซึ่งคุณแม่เขาควรจะรับรู้ด้วยว่าวีจิเป็นยังไงบ้าง ซึ่งวีจิจะไปเจอคุณแม่ที่คอนโดเสร็จแล้วเราจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลด้วยกัน ซึ่งตรงนี้จะไม่ตรงที่ไลฟ์แล้วว่า ทำไมพัฒนาการลูกช้ากว่าคนอื่น"

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาออกมาไลฟ์ 2 ชม.แล้วพูดถึงพัฒนาการ?

หนุ่ม : "พี่ก็ไม่ทราบ ต้องเรียนแบบนี้ว่า จากที่ตกลงกัน เราจะให้เจอลูกเดือนละ 4 ครั้ง แล้วมาเจอที่คอนโด แต่วันเสาร์วันที่ 20 พาลูกไปหาหมอด้วยกัน สัปดาห์ถัดมาก็จะเป็นวันเสาร์ที่ 27 ผมจะพาลูกไปเที่ยวเขาใหญ่ ผมให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายแจ้งคุณติ๊กว่าวันเสาร์นี้ไม่ว่าง ให้มาพบลูกวันอังคาร เพราะมันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ให้แจ้งตั้งแต่วันพุธ คุณติ๊กก็ส่งข้อความมาวันที่ 27 ว่าเขาไม่เอาลูกแล้วนะ ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องปกติ"

แปลว่าพี่หนุ่มได้รับข้อความแบบนี้หลายครั้งแล้ว?

หนุ่ม : "เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณติ๊กไม่สบอารมณ์ หรือมีอะไรที่ทำให้เขาไม่ถูกอกถูกใจ ประโยคนี้จะถูกพูดอยู่เสมอ ทุกครั้ง บ่อยๆ เขาบอกว่า พี่เอาลูกไปเลย หนูไม่เอาแล้ว จนวันที่ 27 ผมอยู่ที่เขาใหญ่ เขาบอกว่าพี่ก็ทำหน้าที่แม่ได้ดีอยู่แล้วนิ พี่เอาลูกไปเลย หนูขอบล็อคทุกคนแล้วกันนะ"

แสดงว่าเขารู้จุดอ่อนพี่ ถ้าเขาพูดแบบนี้พี่ต้องยอมทำในสิ่งที่เขาต้องการ?

หนุ่ม : "ไม่ใช่ ต้องบอกแบบนี้ วันที่ 27 ติ๊กเพิ่งจะออกมาสัมภาษณ์ และให้ข้อมูลว่าเขาไม่ทราบว่าที่ปรึกษาทางกฎหมายเลื่อน เพราะว่าเขาบล็อคไลน์ที่ปรึกษาทางกฎหมาย คือในเมื่อที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นคนประสานวัน เวลาที่จะเจอ แต่ตัวคุณติ๊กไปบล็อค แล้วคุณติ๊กจะรู้ไหม"

ก็เลยทำให้เขาโกรธและทำให้เขาออกมา?

หนุ่ม : "ผมถามข้อแรกก่อน เราประสานงานกันคุณจะไปบล็อคเขาทำไม ส่วนข้อสอง คุณบอกว่าคุณไม่เอาลูกแล้ว ขอบล็อคทุกคนในวันที่ 27 มีนาคม คราวนี้พอถึงวันเกิดลูก 8 เมษายน ผมก็ก้มหน้า ก้มตาเลี้ยงลูกสิ ผมไม่ได้พาลูกไปใส่บาตร เพราะโควิดเริ่มมาแล้ว ฉลองกันในบ้านเงียบๆ คราวนี้อยู่ๆ ก็มีไลฟ์ของคุณติ๊กออกมาเลย"

หนุ่มมารายการของเราหลายรอบแล้ว แล้วต้องมาพูดถึงเรื่องนี้หลายรอบมาก ถามจริงเหนื่อยไหม?

หนุ่ม : "ผมต้องขอโทษแฟน ๆ ทุกคนด้วย คือพูดเรื่องเดิมไม่รู้ว่าแฟนๆ จะเบื่อหรือเปล่า แต่คือพี่รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นทุกครั้งในการเจอลูกมันไม่ได้ถูกพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง ในทางที่ดีเลย มารายการนี้กี่ครั้งก็พูดแต่อย่างนี้ ทั้งๆ ที่ผมพยายามทำดีที่สุดแล้ว มันก็ไม่ได้ถูกแก้ไขปรับปรุง ถามว่าผมทำงานเลี้ยงลูก เลี้ยงแม่ เลี้ยงครอบครัว สถานการณ์บ้านเมืองเป็นโรคระบาดแบบนี้ ละครก็ไม่ได้ถ่าย คอนเสิร์ตก็ไม่ได้เล่น คือออกมาไลฟ์อะไรที่คุณติ๊กทำแล้วเป็นประโยชน์ ดีต่อตัวคุณติ๊ก คุณติ๊กทำเลย แต่อะไรที่มันไม่ใช่ความจริง คุณติ๊กทำ แล้วมาทำร้ายลูก ทำร้ายผม ผมต้องชี้แจง"

เขาบอกว่าคนอื่นอาจจะกลัวคุณ แต่เขาไม่กลัว เขากุมความลับไว้อยู่ ความลับอะไร?

หนุ่ม : "ไม่รู้ ความลับอะไร เอาออกมาดูความลับอะไร ผมไม่ได้เป็นคนกุมไว้"

ในไลฟ์บอกว่าบางทีพี่หนุ่มอยู่ในสังคมกินไวท์ กินเหล้า การที่พ่อคนนึงเลี้ยงลูกแล้วติดเหล้า จะเลี้ยงลูกได้เหรอ?

หนุ่ม : "ก็เรียนแบบนี้ เราเป็นพ่อคนแล้ว เราอายุป่านนี้แล้ว อายุ และความเป็นพ่อมันทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองอัตโมัติอยู่แล้วว่าอะไรควรทำ หรืออะไรไม่ควรทำ อะไรดี อะไรไม่ดี ผิด ชอบ ชั่ว ดี รู้อยู่แล้ว"

ลึกๆ กลัวโดนแฉไหม?

หนุ่ม : "ไม่กลัว เพราะว่าไม่มีอะไร ทำงานแล้วกลับไปหาลูก ไม่ได้ไปไหน เต็มที่ก็ออกไปใส่บาตร"

ล่าสุดไม่ได้แฉพี่หนุ่มอย่างเดียว ลามไปถึงแฟนคลับด้วย?

หนุ่ม : "เรื่องแฟนคลับ ผมลงรูปวีจิธรรมดา เขาเข้ามาคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจผม แล้วก็พูดเป็นนัยๆ ว่าอาจจะเคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องธุรกรรมด้านการเงินกับคุณติ๊ก แต่เขาไม่ได้พูดชื่อ ทีนี้ไม่รู้ใครแคปมาให้ดูก็เห็นว่ามันเป็นเพจของคุณติ๊ก ขึ้นว่าดำเนินคดี อดีตคืออดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน จากนั้นในอินสตาแกรมก็ขึ้นแชทที่คุณติ๊กคุยกับแฟนคลับ เป็นสลีปการโอนเงินให้คุณติ๊ก"

ทุกครั้งที่มีเรื่องการยืมเงิน หนุ่มจ่ายแทนตลอด คราวนี้จ่ายแทนด้วยไหม?

หนุ่ม : "เก็บไว้บ้าง คืนไปเยอะแล้วไหม ผมได้แต่ตอบว่า พี่ต้องขอโทษด้วย พี่ไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน เพิ่งจะมาทราบตอนนี้แหละ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอก ก็เป็นกำลังใจให้ด้วย"

มีอีกเรื่องอดีตภรรยาของพี่หนุ่มไปบอกกับพวกแฟนคลับว่าติดโควิด อันนี้เป็นเรื่องราวตอนนี้หรือในอดีต?

หนุ่ม : "ใช่ครับ อันนี้น่าจะเป็นตอนในอดีต คือผมเห็นตอนที่แฟนคลับเขาโพสต์ มีอยู่เพจนึงเขาเขียนว่าเขาเป็นโควิด

แล้วเขาเป็นไหม?

หนุ่ม : "คือบ้านเราตอนนั้นที่เราอยู่ด้วยกันไม่มีใครเป็นโควิด"

เห็นว่าตอนนั้นเขาติดโควิดมาจากคุณแมทธิว?

หนุ่ม : "ก็นั่นสิ"

ที่เขาบอกว่าติด ติดได้ยังไง?

หนุ่ม : "เท่าที่ผมอ่านเขาบอกว่า เขาเป็นโควิด แล้วน้องเขาบอกว่าจริงดิ เขาบอกว่าเขาติดจากพี่แมทธิวมาที่ค่ายคงสิทธา ซึ่งผมเรียนตามตรงว่าไม่มีใครเป็นโควิดครับ มันเป็นบทสนทนาระหว่างคุณติ๊กกับแฟนคลับ แต่ผมไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงเพื่ออะไร"

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เงินในบัญชีหาย หน้ากาก หรือเปล่า?

หนุ่ม : "ช่วงเดียวกันครับ เราก็งงเขาเป็นโควิดตอนไหน เขาไม่ได้เป็นโควิด ผมก็ไม่ได้เป็นโควิด

ประเด็นเรื่องมือที่สาม สาเหตุจริงๆ ที่มันทำให้เลิกกันพี่หนุ่มเคยพูดแล้วว่ามันคือสาเหตุที่มีคนมาทวงกนี้หน้าบ้าน แต่ประเด็นเรื่องมือที่สามเรายังไม่เคยเคลียร์กันเลย?

หนุ่ม : "คือต้องเรียนแบบนี้บัตร atm ผมหาย ผมก็ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เรื่องหน้ากาก ถ้าถามว่าผมโกรธเรื่องอะไร ผมโกรธเรื่องสมบัติของลูก ทองลูก เรื่องต่างๆ ที่ออกมาไลฟ์ด่าผม ผมไม่โกรธ แต่ผมโกรธที่ทำไมไม่สบอารมณ์หรือไม่ถูกใจบอกว่าพี่เอาลูกไปเถอะ พี่เลี้ยงเองแล้วกัน พี่ไปเลี้ยงเลย นี่คือสิ่งที่มันสะเทือนใจผมมากกว่า ผมบอกตรงๆ ผมไม่ไหวกับปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้"

จะทนอีกถึงเมื่อไหร่?

หนุ่ม : "ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ทนแล้วนะ ผมก้มหน้า ก้มตาเลี้ยงลูกแล้ว"

ทุกครั้งที่อดีตภรรยาบอกว่าไม่เอาลูกแล้ว พี่เลี้ยงเลยแล้วกัน พี่โต้ตอบเขายังไง?

หนุ่ม : "พี่พูดอยู่เสมอว่าสิ่งใดที่คุณติ๊กจะทำอะไรก็ตามแล้วเกิดประโยชน์ แล้วเกิดผลดีกับคุณติ๊กเนี่ย คุณติ๊กทำไปเลยครับ แต่ถ้ามันทำร้ายผมกับลูก ผมก็ต้องออกมาชี้แจง เพราทุกครั้งที่เขาออกมาไลฟ์ 2-3 วันเขาก็ออกมาขอโทษ"

พี่จะเจ็บปวดที่สุดกับคำพูดว่าคุณติ๊กไม่เอาลูก?

หนุ่ม : "ก็เขาบอกเขาไม่เอาลูก ผมก็ต้องเลี้ยงลูก"

พี่ยังยืนยันไหมว่าจะแก้ไขให้คุณติ๊กทำหน้าที่ในส่วนของแม่?

หนุ่ม : "ครั้งนี้ผมบอกตรงๆ ว่าผมไม่ไหว ไม่ไหวกับการที่ทำแบบนี้ทุกครั้งเวลาไม่ถูกอก ถูกใจ แล้วก็ออกมาแบบนี้ทุกครั้ง ผมไม่ไหวจริงๆ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ผมทำ ไม่ว่าจะให้ลูกเจอเดือนละ 2 ครั้ง เพิ่มขึ้นเป็น 4  ครั้ง ผมทำตามทุกอย่าง แต่นี่แค่ขอเลื่อนจากวันเสาร์เป็นวันอังคาร แล้วไม่เอาลูกอย่างนี้ แล้วพอถึงเวลามาไลฟ์สดด่าผมสารพัด แล้วพอถึงเวลาขอโทษ ก็จบกัน

ณ จุดนี้ไม่ไหวแล้ว เราจะทำยังไงต่อไป?

หนุ่ม : "ผมก็ก้มหน้า ก้มตาเลี้ยงลูกผม"

ในอนาคตถ้าลูกเห็นสิ่งนี้พี่คิดไหมว่าจะหาคำตอบไว้ยังไง?

หนุ่ม : "ต้องเตรียม แต่วันนี้ยังไม่ได้เตรียม ก็เข้าใจ แต่ก็ดูแลเขาให้ดีที่สุด"

ถามจริงๆ วันนี้เครียดแค่ไหน?

หนุ่ม : "ก็ไม่ได้เครียดอะไรมาก ก็มาแค่อธิบายแค่นั้นเอง"

ล่าสุดเขาออกมาถ่ายยูทูบช่อง mama veeji ตอนนั้นเป็นช่องของวีจิ?

หนุ่ม : "เป็นช่องของวีจิครับ มีคนตามประมาณ 2 หมื่น"

ล่าสุดออกมาไลฟ์ขอโทษ?

หนุ่ม : "ไลฟ์ขอโทษแล้วเหรอครับ ผมไม่ค่อยได้ดูไลฟ์หรือดูอะไรอยู่แล้ว ผมทำงานแล้วก็เลี้ยงลูก"

คุณเป็นฝ่ายได้รับคำขอโทษรู้สึกยังไงบ้าง?

หนุ่ม : "รู้สึกว่าเขาไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้ เป็นปกติ พี่จะต้องดูแลวีจิให้ดีที่สุด พี่เชื่อมั่นว่าพี่อาจไม่ใช่ผู้ชายที่ดี แต่พี่เชื่อมั่นว่าพี่เป็นพ่อที่ดี"

ตอนนี้พี่หนุ่มให้อภัยอดีตภรรยาได้หรือยัง?

หนุ่ม : "คือบางทีก็ไม่รู้เรื่อง คำขอโทษฟังจนชินแล้วครับ"

พี่หนุ่มคิดว่าตรงนี้จะยังไงต่อ?

หนุ่ม : "ก็ไม่ยังไงพี่ก็จะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด เพราะว่าเขาบอกให้พี่เลี้ยง ผมถามบ้างพี่พีเค พี่หนิง พี่บูม เห็นคลิปขอโทษ พี่รู้สึกไหมว่าเป็นการขอโทษ หรือว่ามันเป็นการพูดไปเรื่อยๆ"

หลังจากนี้พี่หนุ่มยังให้โอกาสเขาเจอลูกอีกไหม?

หนุ่ม : "ตอนนี้ทุกรายละเอียดมันเก็บไว้หมดแล้ว ว่าเขาเขียนไลน์มาชัดเจนว่าผมทำหน้าที่แม่ได้ดีอยู่แล้ว ให้ลูกอยู่กับผม เขาก็ขอให้ทุกคนมีความสุขนะ แล้วขออนุญาตบล็อคทุกคน ผมก็เอาตามที่เขาประสงค์"

ถ้าเป็นอย่างนี้มันจะมีโอกาสกลับมาฟ้องอีกไหม?

หนุ่ม : "ผมจะไปฟ้องเขาได้ยังไง"

ฝั่งเขา ?

หนุ่ม : "แล้วแต่เลย อยากจะทำอะไรทำมา"

ถ้าเขาติดต่อมาอยากเจอลูก พี่หนุ่มคิดว่าจะยังไง?

หนุ่ม : "ตอนนี้ยังเจอไม่ได้หรอกครับ เพราะผมไม่รู้ว่าเขาไปไหนมาบ้าง เพราะผมอยู่ในบ้านกับลูก คือรู้ชีวิตความเป็นไป ในขณะที่มันมีโรคระบาดขึ้น แต่ผมไม่รู้ว่าแต่ละวันคุณติ๊กไปทำอะไรมาบ้าง ช่วงนี้ผมขออนุญาตยังไม่ให้พบ ตอนนี้เรื่องโควิดมันรุนแรงมาก เชื้อโรคมันพัฒนา ไม่อยากให้ทุกคนมาเครียด เรื่องที่ทุกคนอยากรู้กับผม ผมตอบไปหมดแล้ว" 

ติดตามชมรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama