ส.ส.จิราพร เพื่อไทย ชี้ประชาชนแคลงใจ แนะรัฐบาลดำเนินการ CPTPP ด้วยความโปร่งใส

ส.ส.จิราพร เพื่อไทย ชี้ประชาชนแคลงใจ แนะรัฐบาลดำเนินการ CPTPP ด้วยความโปร่งใส
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

"จิราพร สินธุไพร" ชี้รัฐบาลมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสทำให้ประชาชนแคลงใจ และหน่วยงานรัฐเป็นต้นเหตุของการเกิดข้อมูลปลอมเรื่อง CPTPP พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการด้วยความเป็นกลาง เปิดเผย ตรวจสอบได้

นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษก และประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านการพาณิชย์และการค้าระหว่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการแถลงข่าวความคืบหน้าของไทยในการพิจารณาเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ว่าที่ผ่านมารัฐบาลมีปัญหาในเรื่องความโปร่งใส ทำให้ประชาชนแคลงใจในปัญหาการให้ข้อมูลมาโดยตลอด และในการแถลงข่าวเมื่อวันก่อน ยิ่งชี้ชัดว่าหน่วยงานรัฐเองเป็นต้นเหตุของการเกิดข้อมูลปลอม เพราะถ้าหน่วยงานรัฐเปิดเผยผลการศึกษา และขั้นตอนการเสนอความตกลง CPTPP ผ่านคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ไปถึงคณะรัฐมนตรีอย่างชัดเจนและโปร่งใส ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้เป็นการทั่วไป ข้อมูลปลอมก็จะไม่เกิดขึ้น

แต่ที่ผ่านมา กระบวนการทำงานของหน่วยงานรัฐมีการปกปิดข้อมูลเป็นเรื่องลับที่สุดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง จึงน่าสงสัยว่าเป็นความตั้งใจที่จะเปิดช่องให้เกิดข้อมูลปลอมหรือไม่ ทั้งยังมีการออกมาตำหนิประชาชนลอยๆ โดยไม่สำรวจความบกพร่องจากการทำงานของตนเองที่ล้มเหลวในการบริหารข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ดังนั้น ต่อจากนี้ไปเพื่อให้การดำเนินการศึกษาความตกลง CPTPP เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลกำกับและบริหารหน่วยงานให้ทำการศึกษาความตกลง CPTPP ด้วยความเป็นกลาง โปร่งใส ไม่ลำเอียงกับผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องเปิดเผยข้อมูลถูกต้องและเชื่อถือได้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมาทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันข่าวปลอมที่สร้างความสับสนกับประชาชน ก่อนที่จะมีการดำเนินการนำเข้าสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย โดยต้องจัดให้มีการสัมมนาเปิดเผยผลการศึกษาให้ทุกภาคส่วนได้เข้าร่วมแสดงความเห็นและให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค

โดยให้มีการนำเสนอข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง รวมถึงภาคประชาสังคมต่างๆ ด้วย ไม่ใช่นำเสนอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐเพียงฝั่งเดียว และหน่วยงานรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริง ไม่บิดเบือนในประเด็นที่ไทยจะได้และเสียประโยชน์ รวมทั้งต้องมีมาตรการเตรียมความพร้อมของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมก่อนการตัดสินใจใดๆ เพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดจากการเข้าร่วมความตกลง CPTPP

2. ขอให้รัฐบาลพิจารณาความตกลง CPTPP ด้วยความรอบคอบ อยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ความจริงและความถูกต้อง เปิดใจรับฟังเสียงของประชาชน และยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อย่าตัดสินใจดำเนินการใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการลุแก่อำนาจ ซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์

“การที่หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับความตกลง CPTPP ไม่ใช่การเล่นการเมือง แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ เพราะความตกลง CPTPP มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดแตกต่างจาก FTA ทุกฉบับที่ไทยเคยทำมา หากไทยไม่มีความพร้อมแล้วรีบกระโดดเข้าร่วมอาจเกิดผลกระทบในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งกระทบกับคนทั้งประเทศ ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการด้วยความเป็นกลาง เปิดเผย ตรวจสอบได้

หากมีการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวกับความตกลง CPTPP ในทางลับ รังแต่จะสร้างความสับสน และทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจรัฐบาล และยิ่งเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วความตกลงฉบับนี้ให้ประโยชน์กับนายทุนต่างชาติมากกว่าคนไทย และไทยได้ไม่คุ้มเสียใช่หรือไม่ เพราะถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศไทยจริง ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปิดเป็นความลับ” นางสาวจิราพร กล่าว

อนึ่ง CPTPP หมายถึง “ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” หรือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership ชื่อย่อว่า CPTPP โดยเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุนเพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ครอบคลุมประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันสมาชิก CPTPP มีทั้งหมด 11 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม