ผู้ว่าฯย้ำ รพ.เอราวัณ 2 มี 400 เตียง พอรับผู้ป่วยโควิดแน่นอน

ผู้ว่าฯย้ำ รพ.เอราวัณ 2 มี 400 เตียง พอรับผู้ป่วยโควิดแน่นอน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ว่าฯ อัศวิน ตรวจความพร้อมรพ.เอราวัณ 2 ก่อนเปิดให้บริการ 19 เมย.นี้ ย้ำมีเตียงพอรับผู้ป่วยโควิด-19

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม (เอราวัณ 2) เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยCOVID 19 ซึ่งโรงพยาบาลสนามดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้มีการปรับพื้นที่ของ สนามบางกอกอารีน่า เขตหนองจอก ให้เป็นพื้นที่รองรับ โดยได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกรณีจำนวนผู้ป่วยโควิดเพิ่มมากขึ้น แบ่งแผนการรับผู้ป่วยออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 การเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้รองรับผู้ป่วยโควิดให้มากขึ้น ทั้งในโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครและนอกสังกัด

ระดับที่ 2 การเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง อาการ (Hospitel) สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ให้รักษาตัวในโรงแรมที่จัดหาไว้ให้ และ ระดับที่ 3 จัดทำโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบเพื่อรองรับผู้ป่วย

โดยขณะนี้กรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 แล้วจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน 2.โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา 3.สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เขตบางบอน (โรงพยาบาลเอราวัณ 1) และ 4.ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก (โรงพยาบาลเอราวัณ 2) ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้ (19 เม.ย. 64)

พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสนามบางกอกอารีน่า สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 400 คน แยกเป็นชาย 150 คน หญิง 250 คน แยกฝั่งชายหญิง มีห้องแยกเก็บขยะติดเชื้อทำตามหลักวิชาการอย่างครบถ้วน และ รพ.สนามที่บางกอกอารีน่า นี้เป็นเปิดเป็นแห่งที่ 4 พร้อมยืนยันว่า กทม.มีเตียงเพียงพอ สำหรับรองรับผู้ป่วย

ส่วนกรณีที่พบปัญหา ปรากฏผ่านสื่อไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไม่มีเจ้าหน้าที่ไปรับคนไข้หรือต้องใช้ระยะเวลาในการรอเพื่อเข้ารับการรักษาเป็นเวลาหลายวันนั้น เบื้องต้นเกิดจากมีผู้ป่วยบางรายประสงค์ที่จะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม ทำให้กรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ได้

ด้าน นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผอ.สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยกรณีที่มีข้อกังวล เกี่ยวผู้ป่วยที่เข้ามารักษาในรพ.สนาม ในระยะเวลาที่ไม่พร้อมกัน ซึ่งอาจจะยังทำให้การแพร่กระจายของเชื้อยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า ในกรณีที่ผู้ป่วยมีเชื้อและรักษาตัวอยู่แล้ว ขณะนี้ยังไม่มีผลวิจัยว่าเชื้อโควิด-19 สามารถติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ได้ พร้อมยืนยันว่าการดูแลผู้ป่วยในรพ.สนาม ได้มีการจัดเตียงให้อยู่ในระยะห่างกัน 1.5 เมตร พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ป่วยสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา, พกเจลแอลกอฮอล์ และ แยกกันรับประทาน ห้ามอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะโดยเด็ดขาด

ขณะที่ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยว่า ได้มีการติดตั้งกล้อง CCTV พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เขตร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลบริเวณโดยรอบ

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากต้องใช้เตียงจำนวนหนึ่งในการรักษาโรคอื่นๆ ด้วยโดยโรงพยาบาลสนามทุกแห่งมีแนวทางการจัดการความปลอดภัย การป้องกันการแพร่เชื้อมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลหลัก ซึ่งจะรับดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย และหากมีอาการเปลี่ยนแปลงจะส่งไปรักษาในโรงพยาบาลหลัก รวมทั้งวางแนวทางการปฏิบัติของผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ ต้องอยู่ภายในหอพักผู้ป่วยห้ามออกจากห้องโดยเด็ดขาด สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลสนาม ห้ามบ้วนเสมหะหรือน้ำลายในถังขยะ เสื้อผ้าใส่ลงถังผ้าเปื้อน และปิดฝาให้เรียบร้อย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ ไม่เดินพลุกพล่าน จับกลุ่มเสวนา และเข้าไปในเขตปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมทุกกรณี แต่สามารถนำของเยี่ยมฝากไว้ได้ตามเวลาและสถานที่ที่ทางโรงพยาบาลกำหนด ห้ามถ่ายภาพหรือโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องลงบนสื่อออนไลน์ ขณะรักษาตัวก่อให้เกิดความเสียหาย ห้ามสูบบุรี่เสพติดของมึนเมาและการพนัน