เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! คู่รักอังกฤษ-ออสซี่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายทั้งคู่ ห่วงอนาคต 2 ลูกสาว

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! คู่รักอังกฤษ-ออสซี่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายทั้งคู่ ห่วงอนาคต 2 ลูกสาว
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นายอะดัม เกรฟลีย์ อายุ 38 ปี ชางอังกฤษ และนางเคทลิน อายุ 39 ปี ชาวออสเตรเลีย เผยว่าลูก 2 คนของทั้งคู่ อายุ 2 ปี และอายุ 4 เดือน กำลังจะอยู่โดยไม่มีพ่อแม่ หลังจากพวกตนได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย

ย้อนกลับเมื่อเดือน พ.ย. 2563 นางเคทลินได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 หลังจากมีอาการปวดท้อง ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าน่าจะเกิดจากการตั้งครรภ์ 

ต่อมานายอะดัม ก็พบว่าตนป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะที่ 4 เช่นกัน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.

ทั้งคู่เผยว่าพวกตนอยากใช้เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ให้ครอบครัวอื่นๆ ว่าโรคมะเร็งเกิดขึ้นกับคนอายุไม่ถึง 40 ปีได้เช่นกัน และอยากให้ทุกคนลองตรวจสุขภาพเพื่อให้เจอตั้งแต่เนิ่นๆ

พี่สาวเล่าเรื่องสุดยากทำใจ

นางเอมม่า เรย์โนลด์ส อายุ 41 ปี พี่สาวของนายอะดัม เผยว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะน้องชายของตนแต่เกิดขึ้นกับภรรยาของเขาด้วย ตนรู้สึกใจแทบสลาย

นางเอมม่า บอกอีกว่า เนื้อร้ายที่ลำไส้ของนางเคทลินใหญ่มาก หมอคิดว่าน่าจะเป็นมาปีครึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นน้องสะใภ้ของตนตั้งท้องอยู่ เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการตั้งท้อง แต่พอตคลอดลูกคนที่ 2 ได้หนึ่งเดือน ก็พบว่าเป็นมะเร็งลำไส้

แม้นำเนื้อร้ายดังกล่าวออกไปแล้ว แต่เซลล์มะเร็งกลับลุกลามไปที่ตับ

นางเอมม่า เล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นไม่นาน น้องชายของตนก็เริ่มรู้สึกปวดข้างลำตัว ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเป็นอาการปวดเฉยๆ 

"เคทลินตรวจเจอเดือน พ.ย. เขาก็เลยเครียดนิดหน่อย ส่วนเขาก็ไม่มีอาการอะไรเลย" นางเอมม่า เล่า

"เราคิดว่าเขาเป็นแผลในท้องหรือปวดไส้ติ่ง"

เมื่อไปตรวจกลับพบว่ามีเนื้องอก 2 ก้อนที่ตับอ่อนและที่ตับ ผลก็คือเป็นมะเร็งตับอ่อน ที่เริ่มเป็นมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งการเป็นมะเร็งที่ตับอ่อน เท่ากับว่านายอะดัมไม่ได้แสดงอาการใดๆ เลย จนเมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามไปถึงตับแล้ว

ผู้คนส่งใจช่วยเหลือ

เหตุนี้ทำให้ทั้งคู่ต้องรับการรักษาด้วยสารเคมี (ทำคีโม) ด้วยกันที่โรงพยาบาลทุกสัปดาห์ ซึ่งบางครั้งก็ต้องพึ่งพาเพื่อนหรือญาติให้ไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งนางเอมม่า เล่าว่าทุกคนก็ใจดีกับทั้งคู่ บางคนทำอาหารมาให้ บางคนช่วยจ่ายค่าทำความสะอาดบ้าน และบางคนก็มาช่วยเลี้ยงลูก อย่างเช่น นางเฮเลน แม่ของนางเคทลิน

ขณะนี้มีผู้สร้างแคมเปญออนไลน์ระดมทุนเพื่อนำเงินช่วยเหลือนางอะดัมและนางเคทลินให้ต่อสู้กับโรคมะเร็งแล้ว โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20,000 ดอลลาร์ (600,000 บาท) ซึ่งขณะนี้ได้รับเงินบริจาคแล้วกว่า 14,000 ดอลลาร์ (430,000 บาท) 

นางเอมม่า พี่สาวของนายอะดัม บอกอีกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างหวังและอธิษฐานทุกวันให้การรักษาได้ผลดี เพื่อยืดเวลาให้นายอะดัมและนางเคทลินใช้เวลากับลูกๆ ได้นานขึ้น