ผู้ป่วยโควิดรายที่ 658 ขอพูดบ้าง! ให้ข้อมูลสุดละเอียด แต่ กทม. เขียนปกปิดข้อมูล

ผู้ป่วยโควิดรายที่ 658 ขอพูดบ้าง! ให้ข้อมูลสุดละเอียด แต่ กทม. เขียนปกปิดข้อมูล

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่เชื่อได้ว่าเป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รายที่ 658 ในระลอกล่าสุดของกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) ว่าตนให้ประวัติการเดินทาง (ไทม์ไลน์) ของตนอย่างละเอียดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่กลับพบว่า กรุงเทพมหานครระบุว่าตนไม่เปิดเผยข้อมูล ที่ทำให้ตนแบกรับภาระการโดนวิจารณ์จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

ผู้โพสต์ระบุว่า หลังจากเข้าโรงพยาบาล ตนก็ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง หลังจากนั้นก็มีสื่อมวลชนหลายสำนักโทรศัพท์มาถามข้อมูลกับตน ซึ่งตนก็บอกข้อมูลเดียวกัน แต่เมื่อกรุงเทพมหานครโพสต์ไทม์ไลน์ของตนลงในแฟนเพจเฟซบุ๊ก กลับระบุว่าตนไม่ยอมให้ข้อมูล

"แต่ข่าวที่ กทม เอามาชี้แจงทำกราฟฟิคนั้นกลับบอกว่า เราปิดบังข้อมูล คำถามแรกก็คือว่า ปิดบังข้อมูลยังไงในเมื่อเราให้ข้อมูลไปหมดแล้วกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่โทรมาหลายสาย" ผู้โพสต์ ระบุ

ผู้โพสต์ตั้งคำถามว่า การที่กรุงเทพมหานครระบุเช่นนั้นเป็นเพราะกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีปัญหาเรื่องการประสานงานกันหรือไม่

อีกประเด็นหนึ่งที่ผู้โพสต์ตั้งข้อสังเกต คือ กรุงเทพมหานครทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด เพราะสำนักข่าว ที่ตนให้ข้อมูลไปเหมือนกัน กลับมีข้อมูลของตนครบถ้วน แต่กรุงเทพมหานครกลับไม่มีข้อมูล

ผู้โพสต์ยังเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครอธิบายต่อสาธารณชนว่า เหตุใดจึงมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว และผลักภาระให้ตนถูกสังคมวิจารณ์ กรุงเทพมหานครจะชี้แจงเรื่องนี้ว่าอย่างไร

"การที่เปลี่ยนแปลงไทม์ไลน์ซะดื้อๆ แล้วไม่ชี้แจงอะไรเลย ทำให้ผู้ป่วยรายที่ 658 ตกเป็นจำเลยของสังคม ว่าถูกบีบให้เผยไทม์ไลน์บ้าง แก้ไขเปลี่ยนแปลงไทม์ไลน์บ้างนั้นเป็นเรื่องที่ชอบธรรมแล้วหรือ? ทาง กทม. ควรอธิบายที่มาที่ไปของข้อมูลชุดแรกที่ว่าปิดบังข้อมูลหน่อยไหม ว่ามาจากไหน อย่างไร และข้อมูลชุดใหม่ได้มาอย่างไรตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมได้รับข้อมูลช้ากว่าช่องข่าว เหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรชี้แจงหรือไม่?" ผู้โพสต์ ระบุ

ผู้ป่วยโควิดเชียงรายก็โดนบิดไทม์ไลน์

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายที่ 658 ในระลอกล่าสุดของกรุงเทพมหานครเป็นรายแรก แต่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 65 ของ จ.เชียงราย ที่มีประวัติไปใช้บริการที่สถาบันเทิง วอร์มอัพ คาเฟ่ กับเพื่อนๆ ที่ จ.เชียงใหม่ ก็เผชิญเหตุการณ์คล้ายกัน

ผู้ติดเชื้อรายที่ 65 ของ จ.เชียงราย โพสต์ลงในโซเชียลมีเดียว่า เมื่อต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) ครั้งแรก พยาบาลจดไทม์ไลน์ของตนอย่างละเอียดโดยใช้กระดาษ A4 ถึง 2 แผ่น แต่นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย นายทศเทพ บุญทอง กลับแถลงว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้บอกว่ามาจากวอร์มอัพ คาเฟ่ แต่บอกเพียงว่ามาจาก จ.เชียงใหม่

เหตุนี้ทำให้ผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวแย้งว่า ถ้าตนไม่ได้บอกว่ามาจากวอร์มอัพ คาเฟ่ ตนจะได้ตรวจฟรีอย่างนั้นหรือ และพยาบาลก็ยังหันไปพูดกับพยาบาลอีกคนว่า ตนเป็นเคสวอร์มอัพ

ไม่ใช่แค่นั้น ผู้ติดเชื้อคนที่ 65 ของ จ.เชียงราย ยังเปิดเผยเรื่องที่น่าตกใจ อ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐยึดโทรศัพท์มือถือของตนไปอีกด้วย เพราะไม่เชื่อว่าหลังจากตรวจครั้งแรกที่ผลออกมาเป็นลบ ตนกักตัวนาน 15 วันจริง ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้ติดเชื้อมองว่า ตนแค่ป่วย แต่เหตุใดจึงปฏิบัติกับตนไม่ต่างจากนักโทษ