"แด็สแต็ง" อดีตผู้นำฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมจากโรคโควิด-19 ในวัย 94 ปี

"แด็สแต็ง" อดีตผู้นำฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมจากโรคโควิด-19 ในวัย 94 ปี
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

วาเลรี ฌิสการ์ แด็สแต็ง (Valéry Giscard d'Estaing) อดีตผู้นำฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมที่บ้านพักในภูมิภาคลัวร์ ทางตะวันตกของฝรั่งเศส ด้วยอาการป่วยซึ่งเป็นผลจากโรคโควิด-19 เมื่อวันพุธ (2 ธ.ค.) ที่ผ่านมา รวมอายุได้ 94 ปี

แด็สแต็ง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่สาม ของยุคสาธารณรัฐที่ 5 ระหว่างพ.ศ. 2517 - 2524 โดยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศด้วยวัย 48 ปี ถือเป็นผู้นำฝรั่งเศสที่อายุน้อยที่สุดในเวลานั้น

ตลอด 7 ปีของการดำรงตำแหน่ง 'แด็สแต็ง' ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปฏิรูปฝรั่งเศสให้ก้าวสู่สมัยใหม่ในหลายด้าน เพื่อหลุดพ้นจากยุคสมัยของนายพลชาร์ล เดอ โกล ประธานาธิบดีผู้สถาปนาสาธารรรัฐฝรั่งเศสที่ 5 ซึ่งเปลี่ยนแปลงฝรั่งเศสสู่การบริหารแบบระบบกึ่งรัฐสภา-กึ่งประธานาธิบดี

แด็สแต็งเป็นผู้นำฝรั่งเศสที่พยายามเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ เขาได้ชื่อว่าเป็นบิดาผู้สร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง TGV และมีภาพลักษณ์ของผู้นำทันสมัยมากกว่าผู้นำฝรั่งเศสคนก่อนหน้า

ที่สำคัญ เขายังถือเป็นผู้นำฝรั่งเศสในยุคสงครามเย็นที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ เฮลมุต ชมิดต์ อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันตก เพื่อวางรากฐานระบบการเงินยุโรป เพื่อใช้เงินสกุลเดียวที่พัฒนามาเป็นเงินสกุลยูโรในปัจจุบัน

นอกจากนี้ อดีตผู้นำคนที่สามของฝรั่งเศสยังริเริ่มให้มีการรวมกลุ่มกันของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ชั้นนำ 6 ชาติ ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนีตะวันตก ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เมื่อปี 2518 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกลุ่มประเทศ G8 ที่รวมอิตาลีและรัสเซียเข้ามาด้วย แต่จากกรณีความขัดแย้งในภูมิภาคไครเมีย รัสเซียถูกปลดจากกลุ่มดังกล่าว

ในด้านสังคม แด็สแต็งยังผลักดันกฎหมายการทำแท้ง หย่าร้าง และลดอายุขั้นต่ำของการใช้สิทธิ์เลือกตั้งอยู่ที่ 18 ปี จากเดิมคือ 21 ปี

ทั้งนี้ ก่อนหน้าล้มป่วยด้วยการติดเชื้อโควิด แด็สแต็งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้ง ด้วยอาการป่วยเรื้อรังที่ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด