"แมทธิว" เปิดอก ดราม่าใช้คำพูดรุนแรงไล่ "น้ำ รพีภัทร" ลงเวที บอกอย่าไปโลกสวยมาก

"แมทธิว" เปิดอก ดราม่าใช้คำพูดรุนแรงไล่ "น้ำ รพีภัทร" ลงเวที บอกอย่าไปโลกสวยมาก

กลายเป็นดราม่าขึ้นมาอีกหนึ่งแมตช์แล้ว สำหรับรายการ 10 Fight 10 เมื่อแฟนๆ ได้เห็น แมทธิว ดีน โค้ชของทีมสีขาว ใช้คำพูดรุนแรงไล่ น้ำ รพีภัทร ลงจากเวที ในช่วงเบรกของคู่ชก เต้ นันทศัย และ บอล อัศนัย จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกินกว่าเหตุหรือไม่

ล่าสุด แมทธิว ดีน ได้มีโอกาสออกมาเปิดใจเคลียร์ถึงกระแสดราม่าต่างๆ พร้อมภรรยาสาว ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ โดยเผยว่าคำพูดที่ใช้คือคำพูดปกติมาก ไม่ได้ดูแรงเกินไปสำหรับการพูดคุยของผู้ชาย วอนอย่าไปโลกสวยมาก อีกอย่างตนก็สนิทกับ น้ำ รพีภัทร อยู่แล้ว และเชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงไม่คิดอะไรด้วย ทั้งนี้ยังชี้แจงต่อว่าตนเป็นโค้ชจึงอยากให้นักมวยมีสมาธิบนเวที ไม่วอกแวก แก้เกมและทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุดก็เท่านั้น

ถามถึงดราม่าที่เกิดขึ้นบนเวที ได้เห็นแล้วใช่ไหม ?
แมทธิว : "ก็เห็นบางคนที่ดราม่า บางคนก็อาจจะได้ยินคำพูดหรือเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที แล้วก็คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลก เป็นเรื่องที่มันดราม่า แต่สำหรับผมและทุกๆ คนที่ผมรู้จัก กับตัวคุณน้ำเองก็ไม่มีอะไรเลย มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย อย่างแรกเลยคือการชกมวยก็เป็นกีฬาของลูกผู้ชายอยู่แล้ว กว่าจะถึงจุดบนเวทีเราผ่านกันมาเยอะ เต้เป็นคนที่ขยันซ้อมมาก หนึ่งปีที่ผ่านมาค่ายเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของเขา ทุ่มเทสุดๆ และมันก็ไปจบที่สังเวียนบนเวที"

แมทธิว : "ส่วนเรื่องการพูดจาสำหรับคนที่อาจจะไม่รู้จักกับกีฬาตรงนี้และได้ยินที่ผมพูดอาจจะคิดว่ามันรุนแรงไปหรือเปล่า แต่สำหรับพวกเรามันเป็นเรื่องที่ถือว่าซอฟท์สุดๆ แล้ว ผมกับน้ำเราสนิทกัน ทำงานมาด้วยกันเยอะแยะ เล่นละครมาด้วยกันก็เยอะแล้ว"

มีโอกาสได้คุยเรื่องข่าวกับน้ำหรือยัง ?
แมทธิว : "ยังไม่ได้คุยครับ โทรไปแต่เหมือนเขาไม่ว่าง คงเลี้ยงไก่เลี้ยงควายอยู่ที่บ้าน แต่จริงๆ คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก เขาเองก็ออกมาพูดว่ามันไม่มีอะไรอยู่แล้ว แค่จังหวะมันไม่ค่อยได้ อีกอย่างเขาก็เป็นเพื่อนเต้ด้วย ก็อยากจะให้เต้มีผลงานที่ดีที่สุดบนเวที แต่จังหวะมันไม่ค่อยได้"

แมทธิว : "ในมุมมองผมคือเราก็ซ้อมกันมาเยอะ ก็มีแผนการของทีมเรา มีสิ่งที่เราตกลงกันไว้ กลัวว่าถ้าเกิดมันบิดเบียนไปจากแผนตรงนั้น ผลออกมาจะไม่ค่อยดีตามที่เราต้องการ"

ลิเดีย : "คือเวลาที่เบรกมันจะมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัด พี่เต้ต้องโฟกัสกับโค้ช บางทีพี่แมทอาจจะรู้สึกว่าไม่อยากจะให้เขาวอกแวก หรือเกิดการได้ยินหลายเสียงหลายสิ่ง อยากให้มีสมาธิที่สุด"

แต่ก็มีคอมเมนต์ว่าเราพูดแรงไปไหม ?
แมทธิว : "โห เบามาก"

ลิเดีย : "ด้วยความที่สนิทกับพี่น้ำอยู่แล้วไง แต่ถ้าคุยกับคนอื่นอาจจะไม่ได้คุยแบบนี้"

แมทธิว : "ใช่ ก็พูดชายคุยกัน มันเป็นเรื่องของกีฬา"

แสดงว่าปกติก็คุยกันแบบนี้อยู่แล้ว ?
ลิเดีย : "เขานั่งแฮ้งค์ในห้องด้วยกันตั้งแต่ 4 โมงเย็น คือสบาย ชิลๆ ไม่มีอะไรเลย เดียว่าพี่น้ำก็คงไม่คิดอะไร จากวันนั้นที่เดียไปแต่กลับมาก่อนที่เขาจะชกกัน เราดูในทีวีอาจจะรู้สึกว่ามันแรง แต่เดียรู้ว่าจริงๆ มันไม่ได้มีอะไร 2 คนสนิทกันอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว คลุกคลีด้วยกันมาทั้งวันอยู่แล้ว คนอาจจะมองว่ามันแรงมาก แต่จริงๆ มันไม่มีอะไร"

น้ำ รพีภัทร ไปให้กำลังใจ เต้ นันทศัย

แมทธิว : "คนที่มองว่าแรงก็คือคนที่ไม่รู้จักพวกเราครับ มันเป็นการคุยแบบผู้ชายของวัยเราในแบบสไตล์เรา น้ำก็ไม่ได้อะไร ก็คุยกันแบบปกติ มันมีหนักกว่านี้เยอะ แรงกว่านี้เยอะ แล้วนี่คือเป็นกีฬา น้ำเขาก็รู้พอได้กลับไปคิด มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาตรงนั้น ซึ่งเราก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ว่าอะไร เราบอกไปว่าไปก่อนแป๊บหนึ่ง กำลังสอนอยู่ ใจเย็นๆ มันมีสไตล์ของมันครับ"

ลิเดีย : "ในสถานการณ์นั้นบนเวทีอาจจะมีลิมิตที่เครียดอยู่ด้วย มันหลายสิ่งหลายอย่าง"

แมทธิว : "ใช่ครับ แล้วมวยมันเป็นกีฬาที่มีความตื่นเต้น มีความดุดัน เพราะฉะนั้นอะไรที่มันดึงสมาธิของเราหรือนักมวยออกไปจากเกมบนเวที ผมก็ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น แค่นั้นแหละครับ"

พอได้เห็นคอมเมนต์ดราม่าต่างๆ เราซีเรียสไหม ?
แมทธิว : "ผมว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องของคนอื่น มันเป็นเรื่องของผมกับน้ำที่ต้องคุยกัน คนอื่นจะมองยังไงเราห้ามความคิดใครไม่ได้อยู่แล้ว บางคนบอกว่าการที่ผมใช้คำหรือไล่เขาออกไปมันมีความรุนแรง ต้องกลับไปคิดเองว่ามันคิดแบบนั้นจริงหรือเปล่า ว่าพูดแค่นั้นมันแรงเหรอ ไม่ใช่มั้ง อย่าไปโลกสวยมาก เอาแบบชีวิตจริงดีกว่า (หัวเราะ)"

ลิเดีย : "คือด้วยหน้าที่ของพี่แมทคือเป็นโค้ช จะต้องทำให้ผลงานของคนที่ขึ้นชกออกมาดีที่สุด เพราะฉะนั้น ณ โมเมนต์นั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือพี่เต้ตั้งสติ เดี๋ยวเราจะแก้เกมแบบนี้นะ แต่ถ้ามันมีเสียงมาเยอะก็อาจจะทำให้วอกแวกได้"

แมทธิว : "ใช่ครับ นั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจ กับนักมวยทุกคนแหละครับ ซ้อมมาเป็นปี บางคนเห็นเฉพาะเกมบนเวที แต่ผมได้อยู่กับนักมวยทั้ง 11 คนมาเป็นปีแล้ว อย่างที่บอกการเข้าซ้อมกับค่ายอาทิตย์ละ 3-4 วัน มันแทบจะเจอทุกวันเลยด้วยซ้ำ มันสลับวนมากันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นความตั้งใจตรงนั้นไม่อยากจะให้หลุดไปจากตรงนั้น อยากจะให้ผลงานของเขาออกมาดีที่สุด แพ้ชนะก็แล้วแต่ ไม่เป็นไร อยากจะให้เขามีประสบการณ์ในการชกบนเวที 1 ครั้งในชีวิตของเขาให้ออกมามีความประทับใจและดีที่สุดครับ"

ยังมีกระแสดราม่าเรื่องผลการชกของคณะกรรมการที่ดูค้านสายตาชาวเน็ตอีกด้วย ?
แมทธิว : "เอ่อ... ผมมองว่าใครเชียร์ก็อยากให้คนนั้นชนะแหละ มวยมันก็เป็นแบบนี้ มันอาจจะเป็นระดับดาราชกกัน หรือชกระดับโลก เราเชียร์ฝั่งไหนก็มักจะเห็นแต่สิ่งดีๆ ที่ฝ่ายเราทำ สิ่งที่ฝ่ายอื่นทำดีเราก็มองข้ามๆ ไป แต่ทุกคนก็ทราบกันดีว่ากรรมการที่มาตัดสินในรายการนี้คือรุ่นใหญ่ทั้งนั้นครับ เขาตัดสินมวยมา 30-40 ปี ระดับปรมาจารย์ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ได้ให้คะแนนมั่วๆ หรอกครับ เราต้องให้เกียรติกรรมการอยู่แล้ว"

แมทธิว : "อีกมุมที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป คือการที่จะดูมวยกับเวทีจริงและดูในทีวี อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างในบางสิ่งบางอย่างที่เห็น ไฮไลท์ที่ตัดออกไปอาจจะมีผลต่อความเห็นของคน และภาพในบางอย่างก็อาจจะทำให้คนเห็นอีกแบบหนึ่ง มันมีหลายอย่างครับ แต่หลักๆ ผมอยากให้เห็นว่ามันเป็นแค่มวยดาราครับ ถือว่าเป็นงานงานหนึ่ง ถึงเขาจะตั้งใจซ้อมมากและอยากจะชนะมาก แต่มันก็เป็นแค่แมตช์หนึ่งที่ชกไปและก็ผ่านไปครับ อย่าไปยึดติด อย่าไปคิดมาก มันเป็นกีฬาครับ มีแพ้ มีชนะ มีเสมอได้"