เปิดใจ "ครูมาร์วิน" ชาวฟิลิปปินส์ ยันไม่ได้ทำร้ายเด็กอนุบาล แค่ฉุดแขนพาไปล้างน้ำมูก

เปิดใจ "ครูมาร์วิน" ชาวฟิลิปปินส์ ยันไม่ได้ทำร้ายเด็กอนุบาล แค่ฉุดแขนพาไปล้างน้ำมูก
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

"ครูมาร์วิน" ยันไม่ได้ทำร้ายเด็กแค่จะพาไปล้างน้ำมูก เผยครูจุ๋มเคยบอกว่ารุนแรงกับเด็กได้เพราะเป็นระบบโรงเรียนไทย

(28 ก.ย.63) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รอง ผกก.ตม.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ สว.สส.ตม.จว.นนทบุรี ร.ต.อ.ศิริพงษ์ ศิริพูล รอง สว.ตม.จว.อยุธยา ช่วยราชการ ตม.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.จว.นนทบุรี ได้รับการประสานการติดต่อขอเข้ามอบตัวจาก นายมาร์วิน อายุ 25 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นครูสอนภาษาที่ปรากฏในคลิปว่าใช้ความรุนแรงด้วยการกระชากแขนเด็กอนุบาลในห้องครูจุ๋ม โดยมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ผู้ปกครองรายหนึ่งนำมาเผยแพร่     

จากการตรวจสอบเอกสารนายมาร์วิน ครูสอนภาษาอังกฤษชาวฟิลิปปินส์ พบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 26 ม.ค.63 จากนั้นได้ยื่นเอกสารขออยู่ต่อจนถึงวันที่ 26 ก.ย.63 เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้จากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งได้ยื่นเรื่องขออยู่ต่อจนถึงวันที่ 26 ต.ค.63 โดยเรื่องยังอยู่ในระหว่างรออนุมัติ เพื่ออยู่ต่อในประเทศไทย และนายมาร์วินได้ไปสมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่  โดยเรื่มงานแบบทดลองเมื่อวันที่ 16 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือนละ 20,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งทางโรงเรียนแจ้งว่าอยู่ระหว่างทดลองงานจึงไม่มีหนังสือสัญญาว่าจ้าง

นายมาร์วิน กล่าวถึงเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวว่า ตนยืนยันว่าเหตุการณ์นั้น ตนไม่ได้ทำร้ายเด็ก แค่พยายามจะพาเด็กไปห้องน้ำ เนื่องจากเห็นว่าเด็กคนนั้นมีน้ำมูกไหลลงที่ปากแล้วและเด็กได้ใช้มือเช็ดน้ำมูกจนเปรอะเปรี้อนใบหน้า ตนจึงเดินไปชี้สั่งให้เด็กลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่เด็กไม่ยอมลุก จึงเดินเข้าหาเด็กแล้วแล้วใช้มือจับแขนเด็กให้ลุกขึ้น แต่เด็กขัดขืนไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงจับตัวเด็กลุกขึ้นมา ก่อนจะบังคับให้เด็กไปเข้าห้องน้ำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงพฤติกรรมครูจุ๋มที่ใช้ความรุนแรงกับเด็กอนุบาลโดยที่มีนายมาร์วินซึ่งเป็นครูสอนภาษาอยู่ แต่ทำไมไม่มีการห้ามปราม นายมาร์วินกล่าวว่า ตนได้เคยถามครูจุ๋มไปแล้วว่า การกระทำแบบนี้จะไม่มีปัญหาหรือ ครูจุ๋มได้บอกกับตนว่า ไม่มีปัญหาเพราะเป็นระบบโรงเรียนของประเทศไทย ที่ครูสามารถทำโทษนักเรียนได้ จากนั้นตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะตนก็เพิ่งมารับงานเป็นครูสอนภาษาได้ไม่นาน   

ทางด้าน พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รอง ผกก.ตม.จว.นนทบุรี กล่าวว่า นายมาร์วินได้ติดต่อและเดินทางเข้ามอบตัวพร้อมกับยืนยันว่าเป็นคนในคลิปจริง โดยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนแห่งนั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีเวิร์คเพอร์มิต และใช้วีซ่าผิดประเภท จึงได้ดำเนินการตามกฎหมาย นำตัวส่งต่อให้ สภ.ชัยพฤกษ์ ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   

เบื้องต้นจากการเข้าตรวจสอบบรรดาครูต่างชาติที่ ทำงานในโรงเรียนสารสาส์นวิเทศก์ราชพฤกษ์ พบว่ามีครูต่างชาติทั้งหมด 76 คน เลิกจ้างไป 2 ราย คงเหลือ 74 คน เป็นชาวฟิลิปปินส์จำนวน 65 คน และที่เหลือเป็น ชาวเกาหลี รัสเซีย ไอร์แลนด์ ปากีสถาน โคลัมเบีย แอฟฟริกาใต้ อียิปต์ ออสเตรเลีย ประเทศละ 1 คน โดยขอวีซ่าประเภทครูสอนภาษาอังกฤษ มีเวิร์คเพอร์มิตครบทุกคน ส่วนนายมาร์วินนั้นไม่สามารถทำงานได้ เจ้าหน้าที่ ตม.จึงตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 8 แห่งพ.ร.ก.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ตม.จว.นนทบุรี จึงขอส่งตัว นายมาร์วิน ส่งตัวให้ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป