กระทรวงความมั่นคงสหรัฐฯ วางกำลังป้องกันอนุสาวรีย์ หวั่น ปชช. รื้อทำลาย

กระทรวงความมั่นคงสหรัฐฯ วางกำลังป้องกันอนุสาวรีย์ หวั่น ปชช. รื้อทำลาย

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกาประกาศภารกิจใหม่ โดยการวางกำลังพลป้องกัน “อนุสาวรีย์ อนุสรณ์ และรูปปั้น” ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับสมาพันธรัฐอเมริกาและสนับสนุนการเหยียดเชื้อชาติ หลังจากที่มีเหตุผู้ประท้วงไล่รื้อทำลายอนุสาวรีย์หลายแห่งทั่วประเทศ จากกรณีการเสียชีวิตของชายผิวดำ “จอร์จ ฟลอยด์” ที่นำไปสู่การชุมนุมเรียกร้องให้ยุติการเหยียดสีผิวและความรุนแรงที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แชด วูลฟ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กล่าวในการแถลงข่าวว่า ทางกระทรวงได้ตอบรับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้บุคลากรที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ เพื่อปกป้องอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยจัดตั้งเป็นกองกำลังพิทักษ์ชุมชนชาวอเมริกัน หรือ Protecting American Communities Task Force ที่จะประสานงานกับทางกระทรวงในการประเมินสถานการณ์การชุมนุมหรือเคลื่อนกำลังเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ จะร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทย ในการแบ่งปันข้อมูลด้วย

“เนื่องจากใกล้จะถึงวันชาติสหรัฐฯ ผมจึงได้สั่งให้มีการเคลื่อนกำลังพลและเตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็วทั่วประเทศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สิน ขณะเดียวกัน กระทรวงของเราก็ให้ความเคารพต่อสิทธิในการชุมนุมประท้วงอย่างสันติของชาวอเมริกันทุกคน แต่จะไม่อดกลั้นต่อความรุนแรงและการลุกฮือของประชาชน” วูลฟ์กล่าว

เมื่อสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิวางกำลังป้องกันอนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน รูปปั้น หรือทรัพย์สินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นมรดกของชาติ พร้อมเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ผู้ที่กระทำการละเมิดกฎหมายจะต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานถึง 10 ปี