สาทิตย์แฉนักการเมืองเอี่ยวคลิปตัดต่อ
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการติดตามตรวจสอบการเผยแพร่คลิปเสียงของนายกรัฐมนตรีว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานได้พิสูจน์แล้วว่ามีการตัดต่อคลิปเสียงจริง โดยปรากฎเป็นหนังสือและส่งให้ประธานรัฐสภาไปแล้ว ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่สันติบาล ที่กำลังดำเนินการพิสูจน์ที่มาที่ไปของคลิปเสียงดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามสืบสวนสอบสวนหาตัวต้นตอที่เป็นคนเผยแพร่มาตั้งแต่ต้น แต่ที่รัฐบาลต้องเตือนคือถ้าพบว่ามีการเผยแพร่คลิปเสียงนี้ผ่านทางอีเมล์ ผู้ที่ส่งต่อถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งกระทรวงไอซีทีพยายามแจ้งเตือนผู้ที่คิดจะส่งต่อ ซึ่งโทษในการส่งต่อมีทั้งจำและปรับถือเป็นอัตราโทษค่อนข้างแรง นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลดู 2 เรื่อง คือ 1.จุดประสงค์ของการทำคลิปเสียงดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนที่ตัดต่อคลิปเสียงตั้งใจที่จะใช้เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 30 ส.ค.นี้ เนื่องจากคลิปเสียงมีจุดประสงค์ที่มุ่งใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี 2.ตั้งใจใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี ให้ดูเหมือนเป็นคนที่ผูกใจเจ็บจากเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐบาลพยายามจะูวัตถุประสงค์ว่าคนทำมีเจตนาอะไรกันแน่ นอกจากนี้รัฐบาลยังติดตามว่า ที่มาของคลิปเสียงดังกล่าวมาจากแหล่งใดบ้าง ซึ่งตนได้รับรายงานจากทีมงานด้านไอทีของสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้านี้ว่า เชื่อว่าที่มาของการใช้เสียงมาจาก 3 แหล่ง จากรายการเชื่อมั่นประเทศ ที่ออกอากาศไป 2 ครั้ง ช่วงวันที่ 19 เม.ย.และ 26 เม.ย.และอีกครั้งมาจากเว็บไซต์ www.abhisit.org ซึ่งนำเสียงที่นายกฯไปพูดในสถานที่ต่าง ๆ มาใช้ มาทำเป็นคลิปเข้าใจว่าผู้ทำจะดึงจาก 2-3 ที่มาปะติดปะต่อและทำเป็นคลิปเสียงตัวใหม่ เมื่อถามว่า เบื้องต้นทราบต้นตอของคนที่ดำเนินการหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่า คนทำคนแรกคือใคร แต่เบาะแสชี้ไปถึงเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง โดยเรื่องนี้มีความพยายามที่จะปล่อยตั้งแต่คืนวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งสามารถพูดได้ว่าอาจมีความเกี่ยวพันกับนักการเมืองบางคนด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าผู้ที่ดำเนินการมีส่วนเกี่ยวข้องคือเป็นลูกจ้างในบริษัทของอดีตนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นระดับเจ้าหน้าที่บางคนที่เผยแพร่ผ่านทางอีเมล์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับที่เรามีอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่อยากพูดในเชิงที่ระบุชื่อบุคคลไปก่อน เพราะการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเป็นผู้ดำเนินการ แต่ยืนยันว่าต้องดำเนินการทางกฎหมายและดำเนินคดีอย่างแน่นอน ต่อข้อถามว่า มองอย่างไรกับที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า นายอดิศร เพียงเกษ ที่ปรึกษาสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล นำไปเปิดในรายการ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ ในเมื่อนายชลน่านยืนยันว่า นายอดิศรนำไปเปิดในรายการเป็นที่แรก ก็ชัดเจนว่า นายอดิศรได้คลิปดังกล่าวมาจากที่ไหน เพราะการนำไปเผยแพร่ที่คลิปดังกล่าวมีการดัดแปลงเสียงถือว่าเป็นการกระทำความผิด จะทำได้หรือไม่ และเป็นกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องส่งไปที่ตำรวจดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการ รัฐบาลคงไม่เข้าไปแทรกแซงหรือสั่งการว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นก็ถือว่านี่เป็นเบาะแสที่มาจากพรรคเพื่อไทยกันเองจึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่กล่าวมาจะโยงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลตื่นตูมไปเอง แต่ข้อมูลหลายอย่างที่ชี้ชัดว่ามีความพยายามที่จะปลุกระดม ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ฉะนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
