คลังจี้''รัฐ-รสก.''เริ่งเบิกจ่าย ก่อนถูกตัดสิทธิ์ เผย 11 เดือนงบปี 52 เบิกจ่ายแล้ว 81.62%

ก.คลังจี้หน่วยงานรัฐ -รสก. เร่งเบิกจ่ายที่มีวงเงินไม่ถึง 5 หมื่นบาท และเร่งทำสัญญากรณีวงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาท ภายใน 2 เดือนก่อนปิดหีบ เผยหากพ้นก.ย.นี้ จะตัดสิทธิ์ ไม่กันเงินให้เบิกจ่ายและขยายเวลาให้ พร้อมให้หน่วยงานรัฐจัดแผนการเร่งรัดการเบิกจ่าย ปีงบ 53 เป็นรายเดือน รมช.คลัง พฤฒิชัย เชื่อมาตรการล้างท่อจะกระตุ้นการเบิกจ่าย เผย 11 เดือนปีงบ 52 เบิกจ่ายแล้ว 1.497 ล้านบาท คิดเป็น 81.62% ขณะที่งบเพิ่มเติมกระตุ้นเศรษฐกิจเบิกจ่าย 87,897.23 ล้านบาท หรือ 75.03%

นายแพทย์พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ทราบว่ายังมีงบประมาณที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายค้างมาตั้งแต่ปี 2545 - 2551 ประมาณ 97,500 ล้านบาท ซึ่งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจได้ขออนุมัติขยายเวลาเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว โดยเป็นงบประมาณที่มีหนี้ผูกพัน (หรือมีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง) จำนวน 62,600 ล้านบาท และยังไม่ได้ก่อหนี้ (ยังไม่ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง) อีกจำนวน 34,900 ล้านบาท จึงได้วางแนวทางการกันเงินปี 2552 ไว้เบิกเหลื่อมปีและขยายเวลาเบิกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เพื่อเร่งให้มีการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว สำหรับงบประมาณที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพันก็ให้กัน-ขยาย เฉพาะที่มีวงเงินจำนวนมากโดย

1. กรณีที่ทำสัญญาแล้วมีมูลค่าต่ำกว่า 50,000 บาท ให้เบิกจ่ายให้เสร็จในเดือนกันยายน 2552 โดยไม่อนุญาตให้กันเงินเพื่อเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2553

2. กรณีที่ยังไม่ทำสัญญา มีมูลค่าต่ำกว่า 2 ล้านบาท ให้เร่งดำเนินการทำสัญญาในเดือนกันยายน 2552 หากไม่สามารถทำสัญญาได้ทัน จะไม่อนุญาตให้กันเงินไว้เบิกจ่ายในปี 2553

3. สำหรับงบประมาณปี 2552 จะอนุญาตให้กันไว้เบิกเหลื่อมปีถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2553 เฉพาะที่ทำสัญญาแล้ววงเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป และกรณีไม่ได้ทำสัญญาวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

4. สำหรับงบประมาณตั้งแต่ปี 2545 - 2551 กรณีทำสัญญาแล้วและมีเงินงบประมาณสูงกว่าที่กำหนดตามตารางสรุป จะอนุญาตให้ขยายเวลาไว้เบิกเหลื่อมปีหลังเดือนมีนาคม 2553

กรณีทำสัญญาแล้ว

พ.ศ. 2551 ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป

พ.ศ. 2550 ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป

พ.ศ. 2549 ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป

พ.ศ.2548 ตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป

พ.ศ.2547 ตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป

พ.ศ.2546 ตั้งแต่ 400,000 บาทขึ้นไป

พ.ศ.2545 ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป

5. สำหรับปี 2550 - 2551 กรณียังไม่ทำสัญญาแต่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ผ่อนผันให้ดำเนินการทำสัญญาถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2553 (สำหรับงบประมาณปี 2545 - 2549 ไม่มีการผ่อนผันกรณียังไม่ได้ทำสัญญา โดยให้เงินงบประมาณนั้นพับไปและส่งเงินคืนคลัง)

6. อนุมัติให้กันเงินและขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ ปี 2551 - 2552 ทั้งกรณีทำสัญญาแล้วและยังไม่ได้ทำสัญญา

7. สำหรับงบเงินอุดหนุนให้ กทม. เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ขอทำความตกลง ทุกกรณีพร้อมระบุเหตุผลความจำเป็นแต่ละรายการเป็นกรณี ๆ ไป

นอกจากมาตรการดังกล่าว วันที่ 24 สิงหาคม 2552 ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ครั้งที่ 5/2552 ที่มีรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นประธาน ได้กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงการจัดทำแผนการเร่งรัดเบิกจ่าย ปีงบประมาณ 2553 เป็นรายเดือน ประมาณกระแสเงินสดที่ต้องใช้จ่ายอย่างมีหลักการ ชัดเจนใกล้เคียงความจริง และให้สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติวเข้ม ให้ความรู้ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวหน้าฝ่ายการเงิน ผู้อำนวยการสำนักการคลัง และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การใช้งบประมาณปี 2553 เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ดีกว่าปีงบประมาณ 2552 ที่แผนการเบิกจ่ายไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

สำหรับผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2552 ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2552 ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายไปแล้ว 1,497,325.45 ล้านบาท คิดเป็น 81.62% ของวงเงินงบประมาณ (1,834,550.59 ล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายการเบิกจ่าย 2.38% และต่ำกว่าอัตราการเบิกจ่ายในปี 2551 และ 2550 ที่เบิกจ่าย 82.53% และ 83.44 % สำหรับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (งบกระตุ้นเศรษฐกิจ) ช่วง 5 เดือนคือตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2552 มีเม็ดเงินเบิกจ่ายแล้ว 87,897.23 ล้านบาท คิดเป็น 75.03% ของวงเงินงบประมาณ (117,149.41 ล้านบาท) โดยโครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)เบิกจ่ายครบ 100% รองลงมาได้แก่ โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ เบิกจ่ายแล้ว 8,903.09 ล้านบาท คิดเป็น 98.92% ของวงเงินงบประมาณ

หลักเกณฑ์ที่กำหนดจะช่วยกระตุ้นให้ส่วนราชการเร่งดำเนินการและเบิกจ่ายงบที่มีวงเงินไม่ถึง 50,000 บาท พร้อมทั้งเร่งทำสัญญางบประมาณที่มีวงเงินต่ำกว่า 2,000,000 บาท ในช่วงเดือนสิงหาคม และกันยายน 2552 ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นายแพทย์พฤติชัย กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด