ผู้ประท้วงโค่นรูปปั้นอัลเบิร์ต ไพค์ อายุ 120 ปี ทรัมป์ลั่นนี่คือความอัปยศ

ผู้ประท้วงโค่นรูปปั้นอัลเบิร์ต ไพค์ อายุ 120 ปี ทรัมป์ลั่นนี่คือความอัปยศ
Xinhua

สนับสนุนเนื้อหา

วอชิงตัน, 20 มิ.ย. (ซินหัว) — กลุ่มผู้ชุมนุมโค่นล้มรูปปั้นอัลเบิร์ต ไพค์ นายพลฝ่ายใต้ หนึ่งในผู้บัญชาการกองกำลังสมาพันธรัฐอเมริกา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันที่ 19 มิ.ย.

เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ผู้ประท้วงมารวมตัวกันที่จัตุรัสจูดิเซียรีบริเวณรอบรูปปั้นอัลเบิร์ต ไพค์ และทำลายผลงานศิลปะอายุ 120 ปี ในเวลา 15 นาทีต่อมา หลังจากรูปปั้นสมาพันธรัฐที่ตั้งอยู่กลางแจ้งเพียงแห่งเดียวของเมืองล้มลงกับพื้นก็ถูกจุดไฟเผา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงและดับไฟ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันจูนทีนธ์ (Juneteenth) ซึ่งเป็นวันรำลึกถึงการสิ้นสุดความเป็นทาสในสหรัฐอเมริกา

ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โวยตำรวจวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น “ตำรวจวอชิงตันไม่ทำงานของตัวเองตอนที่พวกเขาเห็นรูปปั้นถูกโค่นและเผาทิ้ง คนกลุ่มนี้ควรถูกจับกุมทันที นี่เป็นความอัปยศของประเทศเรา!” เขาทวีตพร้อมติดแท็ก มูเรียล โบว์เซอร์ (Muriel Bowser) นายกเทศมนตรีของเมือง

ในสหรัฐอเมริกาและเมืองต่างๆ เริ่มมีการกำจัดรูปปั้นสมาพันธรัฐ ท่ามกลางกระแสแก้แค้นระดับชาติประเด็นความโหดร้ายของตำรวจและการแบ่งแยกทางชนชาติที่จุดประกายจากเหตุเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์

จอร์จ ฟลอยด์ ชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันวัย 46 ปี เสียชีวิตระหว่างการจับกุมที่มินนิแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันที่ 25 พ.ค. หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวกดเข่าที่ลำคอของเขาเป็นเวลาเกือบ 9 นาที

การเสียชีวิตของฟลอยด์ได้จุดประกายการประท้วงไปทั่วประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์ รวมถึงการเรียกร้องจากผู้ร่างกฎหมายและนักเคลื่อนไหวให้รื้อถอนอนุสาวรีย์หลายแห่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการแบ่งแย่งทางเชื้อชาติ

เมื่อวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ร้องขอให้ปลดภาพบุคคลของประธานสภาฯ รุ่นก่อนที่ทำงานในสมาพันธรัฐ ไม่ให้นำมาแสดงในรัฐสภา วันต่อมา เจฟ ดันแคน สมาชิกสภาฝ่ายรีพับลิกันขอให้เพโลซีถอนคำสั่งของเธอ

“ผู้นำในประวัติศาสตร์ของประเทศเราทุกคนมีข้อบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ ภาพถ่ายหรือรูปปั้นทุกชิ้นในรัฐสภาแสดงให้เห็นถึงบุคคลที่เคยทำผิดพลาด หรือการตัดสินใจบางสิ่งที่น่ากังขาตามมาตรฐานสมัยใหม่” ดันแคนระบุในจดหมาย

“ผมกังวลกับการตัดสินใจหลายอย่างของเพโลซี และท้ายที่สุดมันจะจบลงด้วยการลบประวัติศาสตร์ออกไป” เขาระบุ