ฟอกเงินหรือเปล่า?

เคยมีคนถามผมว่า ถ้าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องสูญเสียเงินซัก 3 หมื่นล้านบาท เพื่อแลกกับการได้รับอิสรภาพและคดีความต่าง ๆ สิ้นสุดลง อดีตนายกฯ ซึ่งกลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะยอมหรือไม่

ผมไม่กล้าตอบ ! เนื่องจากได้ยินอดีตนายกฯ ออกมาพูดตลอดว่า ถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้ทำอะไรผิด ล่าสุดยังบอกด้วยซ้ำว่า หลวงกำลังคอร์รัปชั่นเงินของผม ซึ่งคงเกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์จำนวน 76,000 ล้านบาท ซึ่งศาลฎีกาฯ กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่

จำได้ช่วงแกนนำ นปช. และคนเสื้อแดงป่วนบ้านป่วนเมืองระหว่างมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซัมมิท +3+6 มีข้อมูลบอกเล่ากันปากต่อปากในทำนองว่า มีการโอนเงินเข้ามาในประเทศ ให้กับใครบางคน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลงานด้านความมั่นคงเพื่อช่วยใส่เกียร์ว่างและทำให้สถานการณ์วุ่นวายจนถึงที่สุด บวก รวมกับความผิดหวังของข้าราชการบางคน ซึ่งอกหักจากการแต่งตั้งโยกย้าย จึงมีผลทำให้การประชุมระดับนานาชาติต้องล่มไป แต่ เป้าหมายยังไม่ถึงจุดที่ต้องการคือ รัฐบาลต้องลาออก

น่าเสียดายนะครับ ไม่มีใครพยายามตรวจสอบเรื่องนี้ นายใหญ่ถึงได้ใจ คิดว่าด้วยบารมีและศักยภาพด้านการเงินของตนเอง จะมีส่วนสำคัญช่วยทำให้ขบวอิ่ม ปากมัน เคลื่อนไหว อย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาสู่จุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด

พูดถึงเรื่องทรัพย์สินและความสามารถของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีคนตั้งประเด็นให้ผมลองขบคิดดูว่า ที่อดีตนายกฯ เที่ยวให้ข่าวว่า จะไปลงทุนในประเทศนั้นประเทศนี้ หรือจะไปทำเหมืองทองบ้างล่ะ ช่วยให้ทนายความหน้าหออธิบายหรือ นำรายละเอียดซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุน มาชี้แจงแถลงไขให้ชัดเจนหน่อยเถอะ

เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า เรื่องนี้จะมีมูลความจริงแค่ไหน หรือแท้จริงแล้วอดีตนายกฯ มี ทรัพย์สินซุกซ่อนไว้ที่ต่างประเทศประมาณ 2-3 แสนล้านบาท จึงมีความจำเป็นต้องสร้างประเด็นข่าวเรื่องการลงทุนกับต่างประเทศขึ้นมา แต่ที่จริงหวังนำเงินที่ ซุกซ่อนไว้ต่างประเทศออกมาใช้ พอใครสงสัยก็บอกว่า เป็นผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งพฤติกรรมอย่างนี้เรียกว่า การฟอกเงิน

และไม่ต้องแปลกใจกับความเคลื่อนไหวของ นปช. และพลพรรคเสื้อแดง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจัดชุมนุมใหญ่เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนายใหญ่ เมื่อเห็น ผู้นำรัฐบาลกำลังมีปัญหากินใจกับ ผบ.ตร. และผู้นำเหล่าทัพเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย บิ๊กสีกากี คนใหม่ และเชื่อว่างานนี้อาจมี เกียร์ว่าง เป็นตัวช่วย จึงหวังล้มกระดานนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ โดยประกาศจุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 30 ส.ค.

อย่าลืมนะครับว่านับจากนี้ต่อไปนอกจากจะมีการ โยกย้าย ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ ซึ่งจะถือเป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจในส่วนของข้าราชการประจำ ผมว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงมองออกว่า หากปล่อยให้รัฐบาลอยู่นานไปเรื่อย ๆ นั่งร้าน ที่สร้างมาตลอด 8 ปีถูกรื้อจนหมดแน่ ถ้าหากปลุกสถานการณ์ไปสู่จุดแตกหักหรือเปลี่ยนแปลงได้เร็วเท่าไหร่ก็รีบทำ

ถูกแล้วครับกับการตัดสินใจของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-1 ก.ย. ในเขตดุสิต โดยให้ทหารเป็นผู้นำในการสั่งการครั้งนี้ ผมว่าแค่ 4 วัน คงไม่กระทบกับภาพลักษณ์หรือการท่องเที่ยว ดีกว่าไปเสี่ยงวัดใจกับพวกป่วนบ้านเมือง

แต่ที่น่าสงสัยคือ ทำไมตำรวจไม่คิดถอนการให้ประกันตัวบรรดาแกนนำของ นปช. ซึ่งมีคดีความติดตัวกันบ้างครับ ทั้งที่ตอนได้รับอิสรภาพก็มีเงื่อนไขจากศาลยุติธรรมว่า ไม่ให้ไปก่อเหตุหรือสร้างความวุ่นวาย.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด