แนะ ธปท.เพิ่มสำรองหนุนจีดีพีโต

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ถ้าต้องการให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมรายได้ในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวเพิ่มขึ้น ธปท. จำเป็นต้องมีเงินสำรองระหว่างประเทศในสัดส่วนที่สูงเหมือนกับสิงคโปร์และจีน เพื่อที่จะบริหารค่าเงินให้อ่อนค่าลง ซึ่งเห็นว่าหากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะทำให้ผู้ประกอบการส่งออกมีรายได้จากการส่งออกมากขึ้น และส่งผลให้เกิดการจ้างงาน การลงทุน และการขยายการผลิตในประเทศสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในอนาคต โดย ณ วันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมาไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศ 123,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าอยู่ที่ 12,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อยากให้ประเทศขยายตัวเร็วและรวยขึ้นจำเป็นต้องมีเงินทุนสำรองเป็นจำนวนมากเหมือนกับหลายประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะส่งออกยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจเนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศมีข้อจำกัด ซึ่งหากมีเงินสำรองเยอะจะทำให้ไทยกลายเป็นผู้ให้กู้สุทธิ หรือ สามารถนำเงินสำรองไปให้คนอื่นกู้ได้ และถ้าเรามีทรัพย์สินต่างประเทศมากทำให้ไทยเป็นเจ้าหนี้สุทธิ ปัจจุบันเราถือครองทรัพย์สินต่างประเทศน้อยมาก และที่ผ่านมา ธปท.พยายามผ่อนกฎเกณฑ์ส่งเสริมให้นักลงทุนไปลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว เนื่องจากสินค้าที่ส่งออกประมาณ 60% อยู่ที่สหรัฐ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมาถือว่าดี สหรัฐสามารถอัดฉีดเงินเข้าระบบได้เร็วทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มขึ้นไม่เหมือนกับสหภาพยุโรป นโยบายการเงินไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งนี้เชื่อว่าถ้ารัฐบาลไทยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4/52 จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในอีก 6-12 เดือนข้างหน้าฟื้นตัวขึ้น

รายงานข่าวจาก ธปท.ว่า ธปท.ได้เรียกสมาคมธนาคารต่างประเทศมาหารือเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ และขอความร่วมมือกรณีการเข้าไปตรวจสอบ เรื่องการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งได้สอบถามเรื่องแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฉบับที่ 2 ซึ่ง ธปท.ได้แจ้งว่าจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค. หรือ พ.ย.นี้.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด