รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองโนริลสก์ หลังน้ำมันดีเซล 20,000 ตัน รั่วกระทบสิ่งแวดล้อม

รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองโนริลสก์ หลังน้ำมันดีเซล 20,000 ตัน รั่วกระทบสิ่งแวดล้อม
Infoquest

สนับสนุนเนื้อหา

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลกลางในเมืองโนริลสก์ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคครัสโนยาสค์ หลังจากเกิดการรั่วไหลของน้ำมันดีเซล 20,000 ตัน ในพื้นที่ดังกล่าว

ในระหว่างการประชุมออนไลน์เมื่อคืนวันที่ 3 มิ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำจัดน้ำมันที่รั่วไหลนั้น ประธานาธิบดีปูตินได้สอบถามนายเยฟเจนี ซินิเชฟ รัฐมนตรีฝ่ายสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียถึงแนวทางในการรับมือกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งนายซินิเชฟให้คำตอบว่า เมื่อประเมินขอบข่ายความเสียหายแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลกลางจะต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

putin-vdo-conferenceAFP

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา น้ำมันดีเซลราว 20,000 ตันได้รั่วไหลในเขตอุตสาหกรรมของ Nadezhdinsky Metallurgical Plant ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของ Nornickel ผู้ประกอบการเหมืองแร่และโลหะรายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโนริลสก์ และส่งผลให้เกิดมลภาวะในแม่น้ำสายต่างๆ ในท้องถิ่น

บริษัท Nornickel แถลงบนเว็บไซต์ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ มาจากความร้อนใต้ภาวะชั้นดินเยือกแข็ง (Permafrost) ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนไหวภายใต้ถังกักเก็บเชื้อเพลิง และทำให้น้ำมันรั่วไหลออกมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. หน่วยงานท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการการตรวจสอบของรัสเซียได้เปิดการพิจารณาคดีอาญาเพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการจัดเก็บเชื้อเพลิงอย่างไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดมลภาวะ และความเสียหายอื่นๆ ต่อสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรง

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินได้สั่งการให้นายซินิเชฟจัดตั้งคณะทำงานเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการรั่วไหลของน้ำมันดังกล่าวโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมกับสั่งการให้หน่วยงานด้านกฎหมายทำการประเมินการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลกลางรัสเซียจะมีขึ้นเมื่อมีจำนวนผู้ประสบภัยมากกว่า 500 คน หรือเกิดความเสียหายทางวัตถุมูลค่าเกินกว่า 1.2 พันล้านรูเบิล (17.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)