จบเรื่องที่ขอขมา กลุ่มวัยรุ่นกับหนุ่มห้ามผัวเมียทะเลาะกัน ไกล่เกลี่ยลงตัว

จบเรื่องที่ขอขมา กลุ่มวัยรุ่นกับหนุ่มห้ามผัวเมียทะเลาะกัน ไกล่เกลี่ยลงตัว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 มิ.ย.63 นายกมลภพ เนรมิตรฤทธิ์ อายุ 23 ปี และภรรยา ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมครอบครัว เพื่อเข้าพบกับ ร.ต.อ.ชัยยง อ้วนทะโฮง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี หลังถูกนายเพชรสมร อินทนู อายุ 47 ปี เข้าแจ้งความดำเนินในข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังถูกนายกมลภพกับพวกอีก 2 คน ใช้อาวุธรุมทำร้ายร่างกาย เมื่อหัวค่ำคืนวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่าน บริเวณลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยเรวดี 54 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี และกลายเป็นข่าวในโลกโซเซียล เมื่อเพจดังนำคลิปเหตุการณ์มาเผยแพร่ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ที่นายกมลภพพร้อมกับพวกอีกสองคน กำลังรุมทำร้ายร่างกายนายเพชรสมร หลังมีปากเสียงกันในเรื่องที่นายเพชรสมรเข้าไปห้ามปรามนายกมลภพที่กำลังลงมือทำร้ายภรรยาที่ลานจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ

ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน บิดาของนายกมลภพได้พยายามติดต่อเจรจากับนายเพชรสมร เพื่อขอตกลงยอมความโดยยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้กับนายเพชรสมร ทางพนักงานสอบสวนจึงได้นัดให้ผู้ร่วมก่อเหตุอีกสองรายที่กระทำความผิดปรากฏในคลิป เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนจะทำการไกล่เกลี่ยกัน พร้อมกับให้นำอาวุธลักษณะคล้ายมีดที่ใช้ก่อเหตุนำมาสอบสวนด้วย 

ซึ่งในเวลาต่อมาทางบิดานายกมลภพ ได้ติดต่อเรียกตัวพี่ชายนายกมลภพและเพื่อนชายที่ร่วมก่อเหตุเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน โดยทั้งสามคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันใช้อาวุธปลายแหลมด้ามไม้รุมทำร้ายนายเพชรสมรจริง เนื่องจากไม่พอใจที่นายเพชรสมร ใช้วาจาเข้าไปห้ามเหตุทะเลาะวิวาทของนายกมลภพกับภรรยาด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่อง จึงเป็นเหตุให้ทั้งสามคนเข้าทำร้ายนายเพชรสมร ตามภาพที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่

ต่อมานายเพชรสมร ผู้ถูกรุมทำร้ายร่างกายได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยบิดาและมารดาของนายกมลภพได้ขอเจรจาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับนายเพชรสมรเพื่อไม่ให้ติดใจเอาความ ภายหลังจากใช้เวลาเจรจาประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายก็สามารถเจรจาตกลงไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน โดยนายกมลภพและพวกอีกสองคน ยอมยกมือไหว้ขอโทษนายเพชรสมรที่เผลอลงมือไล่ทำร้ายร่างกายนายเพชรสมรต่อหน้าพนักงานสอบสวน

ทาง ร.ต.อ.ชัยยง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จึงได้ดำเนินคดีกับนายกมลภพในข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ในเรื่องที่พกพาอาวุธคล้ายมีดปลายแหลม เพิ่มหนึ่งข้อหา หลังถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นร่วมกับพวกอีกสองคน เพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป