สวีเดนยอมรับ “ภูมิคุ้มกันหมู่” ยังไม่เกิดขึ้นในสต็อกโฮล์ม

สวีเดนยอมรับ “ภูมิคุ้มกันหมู่” ยังไม่เกิดขึ้นในสต็อกโฮล์ม

วิธีรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศสวีเดน ที่ต้องการสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่” ให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยไม่มีการใช้มาตรการปิดเมืองหรือควบคุมการเข้าสังคม ดูเหมือนจะล้มเหลว ขณะเดียวกัน ก็เกิดการเรียกร้องภายในประเทศให้รัฐบาลเปลี่ยนกลยุทธ์การรับมือกับโรคระบาดในครั้งนี้ นำไปสู่การโต้เถียงบนโลกออนไลน์อย่างหนักถึงความถูกต้องของกลยุมธ์ที่รัฐบาลใช้อยู่  

เมื่อ “ไวรัสโคโรนา” บุกยุโรป ชาวสวีเดนอยู่อย่างไรในสถานการณ์นี้

ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 นโยบายรับมือกับโรคระบาดของประเทศสวีเดน สวนทางกับประเทศในกลุ่มนอร์ดิก เนื่องจากรัฐบาลสวีเดนตัดสินใจที่จะไม่ประกาศล็อกดาวน์  และแนะนำให้ประชาชนรักษาระยะห่างทางสังคม แต่ยังอนุญาตให้บาร์ ร้านอาหาร โรงเรียน และร้านค้าเปิดทำการตามปกติ วิธีการของประเทศสวีเดนคือ ใช้ความร่วมมือของประชาชนเพื่อค่อย ๆ แพร่กระจายโรคและไม่ทำให้เกิดภาระต่อระบบโรงพยาบาลมากจนเกินไป ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคาดหวังว่า การเปิดประเทศจะช่วยให้คนหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ความเสี่ยงสูง สามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ ซึ่งมีแนวโน้มให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามมา ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา Anders Tegnell หัวหน้านักระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขของสวีเดน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลการสำรวจที่มีอยู่ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนในเมืองสต็อกโฮล์มกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทูตสวีเดนเผย “ภูมิคุ้มกันหมู่” จะเกิดขึ้นที่สต็อกโฮล์ม พฤษภาคมนี้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ Karin Olofsdotter เอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำสหรัฐอเมริกา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในกรุงสต็อกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งภูมิคุ้มกันหมู่จะเกิดขึ้นได้ เมื่อประชาชนจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันต่อโรค ไม่ว่าจะด้วยการติดเชื้อโรคแล้วรักษาหาย หรือการได้รับวัคซีนก็ตาม อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนกว่ากรุงสต็อกโฮล์มจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้

“มันจะยังไม่เกิดขึ้นหรอก การตรวจสอบล่าสุดแสดงให้เห็นตัวเลขที่แตกต่างกัน แต่อัตราการเกิดภูมิคุ้มกันในสตอกโฮล์มยังต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เห็น มาตรการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสอาจมีปัญหา” Tegnells กล่าว  

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขของสวีเดน แสดงผลการศึกษาแอนติบอดี ที่ชี้ว่า ประชาชนเพียง 7.3 เปอร์เซ็นต์ในสตอกโฮล์มได้สร้างแอนติบอดีเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Tegnells กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่คาดหวังเอาไว้ พร้อมกับกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการศึกษาเป็นสถานการณ์เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน และเขาเชื่อว่าในตอนนี้ ประชาชนในสตอกโฮล์มมากว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ควรติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันกับที่เขากล่าวถึงในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อ 1 เดือนก่อน

นอกจากนี้ ผลการศึกษาดังกล่าว ยังก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อวิธีการทำงานของประเทศสวีเดน โดยอัตราการเสียชีวิตของประเทศสวีเดนอยู่ที่ 39.57 ราย ต่อประชาชน 100,000 คน ซึ่งไม่เพียงแต่จะสูงกว่าอัตราการเสียชีวิตของสหรัฐอเมริกา แต่ยังสูงกว่าประเทศใกล้เคียง เช่น นอร์เวย์และฟินแลนด์ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศต่างใช้มาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่การประท้วงแผนการต่อต้านการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้น ณ จตุรัส Sergels Torg กลางกรุงสตอกโฮล์ม ก็เรียกความสนใจจากประชาชนได้จำนวนหนึ่ง โดยมีป้ายประท้วงที่เขียนว่า “ขอไว้อาลัยให้กับทุกคนที่แผนการของประเทศสวีเดนไม่สามารถปกป้องได้”