ส่งขวดยาน้องอิ่มบุญ 15 ขวด ตรวจดีเอ็นเอ-ลายนิ้วมือแม่ปุ๊ก ยังไม่ชัดเป็นยาอะไร

ส่งขวดยาน้องอิ่มบุญ 15 ขวด ตรวจดีเอ็นเอ-ลายนิ้วมือแม่ปุ๊ก ยังไม่ชัดเป็นยาอะไร
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ปฏิบัติราชการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อม พ.ต.อ.ณัฏฐ์ บุรณศิริ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีที่ น.ส. ปุ๊ก อายุ 29 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาวางยาน้องอมยิ้มวัย 4 ขวบ และน้องอิ่มบุญ วัย 2 ขวบ ว่า เมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) ทางพนักงานงานสอบสวนได้ส่งขวดยาพลาสติก 15 ขวด มาที่กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ ซึ่งการตรวจจะบันทึกสภาพหีบห่อ สลากบรรจุ เก็บดีเอ็นเอที่ภาชนะเพื่อยืนยันว่าใครเป็นผู้จับต้องหรือสัมผัสขวดยาบ้าง หรือมีการใช้เพื่อนำไปให้เด็กกินหรือไม่ ซึ่งลักษณะของขวดยาเขียนชื่อน้องอิ่มบุญ กำกับไว้ รวมทั้งมีป้ายชื่อยา และยาหลงเหลืออยู่ ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอบุคคลของ น.ส.ปุ๊ก และน้องอิ่มบุญมาเทียบเคียงเท่านั้น

พล.ต.ท.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ จะตรวจเฉพาะภาชนะหีบห่อเท่านั้น โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน หลังจากนั้นจะส่งให้ผู้ชำนาญเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุขตรวจหาชนิดยาที่บรรจุภายในตำรับยาจะว่าเป็นยาชนิดใด ใช้รักษาอาการอะไร และตรงกับฉลากที่ติดหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ต้องไปหาต่อว่าใครเป็นผู้จ่ายยา และมาจากที่ใด

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเชิญตัวพ่อและแม่ของ น.ส.ปุ๊ก จากบ้านย่านดอนเมืองเข้ามาที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ทั้งนี้ คาดว่า หนึ่งในประเด็นที่สำคัญคือ ประเด็นเรื่องการมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของ น.ส.ปุ๊ก ที่ทารุณกรรมเด็กทั้ง 2 คนหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีส่วนรู้เห็นก็จะปล่อยตัวกลับไป

นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีการสอบถามถึงการติดตามเส้นทางการเงิน และ การยักยอกถ่ายเททรัพย์สิน หลังจากที่ตำรวจพบว่าเงินที่หมุนเวียนในบัญชี 5 บัญชี รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท หลังพบว่าถูกยักย้ายถ่ายเทออกไปเกือบทั้งหมด แต่ยังไม่ทราบปลายทาง อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับค่ารักษาของน้องอิ่มบุญอายุ 4 ปี และ น้องอมยิ้มอายุ 2 ปี ที่ทาง น.ส.ปุ๊ก ชำระไปแล้ว ซึ่งมีมูลค่ารวมกันประมาณเพียง 5 แสนเท่านั้น