“เฟซบุ๊ก” คาด พนักงานครึ่งหนึ่งต้อง Work from Home ถาวร

“เฟซบุ๊ก” คาด พนักงานครึ่งหนึ่งต้อง Work from Home ถาวร

มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก คาดการณ์ว่า พนักงานกว่า 48,000 คนของบริษัทจะทำงานจากบ้านในช่วง 5 – 10 ปีหลังจากนี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัท โดยเฟซบุ๊กมีแผนจะเริ่มจ้างพนักงานที่พักอยู่ไกลจากออฟฟิศ และจะอนุญาตให้พนักงานได้ลงทะเบียนเพื่อทำงานจากที่บ้านเป็นการถาวร

“เราเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มจะใช้การทำงานจากบ้านมากที่สุด แต่เราจะทำด้วยความระมัดระวังและมีความรับผิดชอบ เพราะมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรทั้งหมด รวมทั้งวิธีการทำงานของทุกคนในระยะยาว” ซัคเคอร์เบิร์กกล่าว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  และอาจส่งผลต่อกลยุทธ์และนโยบายการทำงานของบริษัทต่าง ๆ  โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ที่พนักงานสามารถทำงานจากบ้านได้ เช่น ทวิตเตอร์ ที่ให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ตลอด เป็นต้น

ซัคเคอร์เบิร์ก  แสดงผลการสำรวจพนักงานในบริษัทเฟซบุ๊กที่ระบุว่า พนักงานมีความสนใจที่จะทำงานจากบ้านอย่างถาวร ขณะเดียวกัน เขาก็มองเห็นประโยชน์ในการจ้างงานพนักงานที่อยู่ห่างไกลจากออฟฟิศเฟซบุ๊ก และสามารถรักษาพนักงานที่อยากย้ายไปอยู่ที่อื่น รวมถึงสร้างความหลากหลายของพนักงานในออฟฟิศให้มากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กจะเริ่มใช้นโยบายการทำงานจากบ้านสำหรับพนักงานที่มีประสบการณ์ โดยเฉพาะวิศวกรระดับซีเนียร์ ในพื้นที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะทำให้เฟซบุ๊กสามารถประหยัดเงินได้มาก โดยบริษัทจะปรับเงินเดือนของพนักงานตามตำแหน่งที่ตั้งของบ้านพนักงาน

เฟซบุ๊กเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ออฟฟิศในซิลิคอนวัลเลย์ ที่ประกาศปิดออฟฟิศตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งในตอนนี้ พนักงานของเฟซบุ๊กกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ทำงานจากที่บ้าน ขณะที่เฟซบุ๊กก็วางแผนจะให้พนักงานบางส่วนกลับมาทำงานในออฟฟิศในเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ก็ต้องจำกัดจำนวนพนักงานให้เหลือเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมดเท่านั้น ทั้งนี้ เฟซบุ๊กระบุว่า พนักงานส่วนใหญ่สามารถทำงานจากบ้านได้จนถึงช่วงปลายปี 2020 และบริษัทก็ได้ยกเลิกการรวมตัวที่มากกว่า 50 คนไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2021