ลูกสะใภ้เปิดใจ ถูกพ่อสามีข่มขืนซ้ำๆ ย้ายหนียังโทรตามให้กลับมาอยู่ในฐานะเมีย

ลูกสะใภ้เปิดใจ ถูกพ่อสามีข่มขืนซ้ำๆ ย้ายหนียังโทรตามให้กลับมาอยู่ในฐานะเมีย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ลูกสะใภ้เปิดใจถูกพ่อสามีข่มขืนซ้ำๆ ตอนที่สามีหายตัวไปก็ย้ายหนี พ่อยังโทรตามให้กลับมาอยู่ในฐานะเมียพ่อ

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบซากโครงกระดูกถูกคลุมด้วยกระสอบปุ๋ย ถูกฝังดินไว้ที่ป่าควนขี้เก้ง ม.9 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ซึ่งเป็นซากโครงกระดูก มีเสื้อผ้าคลุม และเครื่องประดับต่างๆ โดยถูกมัดใส่กระสอบปุ๋ยในสภาพเน่าเปื่อยเหลือแต่โครงกระดูก ซึ่งเชื่อว่าเสียชีวิตมาเป็นเวลาหลายวัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่าโครงกระดูกที่พบ คือสามีของนางสาวกุ้ง (นามสมมุติ)

ตำรวจกองปราบปราม จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จนทราบว่าผู้ตายคือเป็น นายชาญชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี เป็นชาว จ.พัทลุง ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 22.00 น. พร้อมกับรถจักรยานยนต์ โดยนางสาวกุ้ง ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายไปกรีดยางที่ป่ายางกับนายอรุณซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ แต่เมื่อถึงเวลาเลิกงาน พบแต่เพียงนายอรุณ ส่วนนายชาญชัยผู้ตายหายตัวไป

นางสาวกุ้งยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า นายอรุณ พ่อของผู้ตาย มักจะกระทำอนาจารตนอยู่บ่อยครั้ง โดยบังคับข่มขืนใจในช่วงที่นายชาญชัยไม่อยู่บ้าน และหลังจากที่นายชาญชัยหายตัวไป นายอรุณยังคงทำพฤติกรรมอยู่เช่นเดิม จนกระทั่งตนหนีกลับไปอยู่ที่บ้านญาติ แต่นายอรุณ ก็ยังได้โทรมาบอกตนว่าหากกลับมาอยู่กับนายอรุณในฐานะภรรยา นายชาญชัยก็จะกลับมาเอง ซึ่งตนไม่ได้หลงเชื่อและไม่ยอมกลับไปตามคำชวนของนายอรุณ

จากพยานหลักฐานและคำให้การของพยานต่างๆ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เชิญตัวนายอรุณมาสอบสวน ซึ่งนายอรุณรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าตนเองเป็นคนฆ่าบุตรชายและได้ลากศพของนายชาญชัย ลงมาจากป่าสวนยาง ที่เกิดเหตุ แล้วขุดหลุมฝังศพของนายชาญชัย เพื่ออำพราง ตรงบริเวณป่าที่พบศพ จากนั้นได้ทิ้งอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ จอบที่ใช้ขุดหลุมฝังศพ และรถจักรยานยนต์ที่นายชาญชัยผู้ตายขับขี่ไปไว้ในป่าบริเวณใกล้กับที่ฝังศพ แล้วจึงหลบหนีกลับมาอยู่ที่บ้านเช่าของตนเอง และบอกกับนางสาวกุ้ง ว่านายชาญชัยมีปากเสียงกับตนและหนีไปโดยไม่ทราบว่าไปที่ใด