แม้วได้ที บอกศาลสั่งจำคุก3ทหารคดีคาร์บอมบ์ แสดงว่าลอบสังหารมีจริง แม้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า แม้วได้ที

ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ศาลทหารยกฟ้องผู้ต้องหาคดีคาร์บอมบ์ ฆ่าแม้ว แต่สั่งจำคุก 3 ทหาร คนละ 6 ปี โทษฐานมีไว้ครอบครอง-เคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด ลดโทษ ร.ท.ธวัชชัยเหลือ 4 ปี 6 เดือน เหตุให้การเป็นประโยชน์ แม้วได้ทีบอกศาลสั่งจำคุกแสดงว่ามีลอบสังหารมีจริง ศาลทหารกรุงเทพ (ศท.ก.ท.) มีคำพิพากษายกฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดี คาร์บอมบ์ หรือคดีพยายามฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ให้ลงโทษจำคุกคนละ 6 ปี ปรับคนละ 4,000 บาท ในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง และมียุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม องค์คณะตุลาการ ศท.ก.ท. ประกอบด้วย พล.ร.ต.มนรักษ์ แสงอร่าม น.อ.ณรงค์เดช สภานุชาต และ น.อ.เผ่าเทพ ประสานพานิช ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีดำที่ 35/50 ที่อัยการ ศท.ก.ท.ยื่นฟ้อง ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ นายทหารสารบรรณที่รับผิดชอบงานในภาคใต้ พ.อ.มนัส สุขประเสริฐ นายทหารรักษาความปลอดภัยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) และ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ หรือเสธ.ตี๋ นายทหารแผนกการเงิน กอ.รมน. เป็นจำเลยที่ 1-3 ในคดีพยายามฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ รวม 6 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานของรัฐ 3.ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารทางราชการ และ 6.ซ่องโจร

คดีนี้อัยการ ศท.ก.ท.ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2549 หน่วยรักษาความปลอดภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณพบรถเก๋งยี่ห้อแดวู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฐฉ 3085 กทม. จอดอยู่บริเวณข้างสะพานข้ามแยกบางพลัด ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขบวนรถของ พ.ต.ท.ทักษิณต้องผ่านจากบ้านพักไปทำงาน หน่วย รปภ.จึงประสานกับหน่วยอรินทราช 191 และตำรวจท้องที่เฝ้าดู และไม่นานจากนั้นพบชายคนหนึ่งเดินมาขึ้นรถและขับออกจากจุด ตำรวจจึงได้เข้าจับกุม และตรวจค้นรถพบระเบิดทีเอ็นทีและซีโฟร์ที่กระโปรงท้าย มีถังแกลลอนน้ำมันเครื่องขนาด 5 ลิตร บรรจุน้ำมันเบนซินผสมปุ๋ยยูเรีย จำนวน 7 แกลลอน และที่วางเท้าอีก 6 แกลลอน รวมทั้งยังพบแผงวงจรที่เบรกมือด้วย

ฟ้องของอัยการ ศท.ก.ท.ยังระบุอีกว่า จากคำให้การของพยานสรุปว่า จำเลยทั้ง 3 ได้บังอาจนำวัตถุระเบิดมาประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องติดในรถยนต์ และมีการเชื่อมต่อระบบวงจรครบถ้วน ซึ่งสามารถที่จะระเบิดสังหารบุคคลหรือทำอันตรายให้แก่บุคคลอื่นถึงแก่ความตายได้ โดยใช้คลื่นวิทยุส่งสัญญาณเป็นเครื่องจุดวัตถุระเบิด โดย พ.อ.สุรพล จำเลยที่ 3 เป็นผู้สนับสนุนการเงินให้ พ.อ.มนัส จำเลยที่ 2 จัดหาและประกอบวัตถุระเบิด และให้ ร.ท.ธวัชชัย จำเลยที่ 1 ขับรถออกจาก กอ.รมน.ไปยังบริเวณใต้สะพานแยกบางพลัด ในวันที่ 24 สิงหาคม 2549 ซึ่งจำเลยทั้ง 3 ได้กระทำการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะไม่พอใจจากการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่มีเหตุขัดข้องที่เครื่องส่งสัญญาณจึงไม่อาจจุดระเบิดได้

ทั้งนี้ ศาลได้พิเคราะห์คำให้การของพยาน จำเลย และพยานหลักฐานแล้วพิพากษา ว่า จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันกระทำความผิดใน 3 ข้อหา 1.ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ข้อหาที่ 2 ร่วมกันเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดและพาไปในเขตเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควร โทษปรับ 4,000 บาท และข้อหาที่ 3 ร่วมกันมียุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้ง 3 คนละ 6 ปี ปรับคนละ 4,000 บาท แต่เนื่องจาก ร.ท.ธวัชชัย จำเลยที่ 1 ให้การเป็นประโยชน์จึงให้ลดโทษเหลือ 4 ปี 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท ส่วนข้อหาพยายามฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ และข้อหาอื่นๆ จากคำให้การของพยานไม่อาจมีหลักฐานบ่งชี้ได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคำพิพากษา นายวันชัย ขันสุวรณ ทนายความจำเลย ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวจำเลยทั้ง 3 วงเงินรายละ 8 แสนบาท และจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินภายใน 15 วัน นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลทหารพิพากษาจำคุกผู้ต้องหาคดีคาร์บอมบ์ลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อนุญาต ว่า ได้พูดคุยเรื่องนี้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า สิ่งนี้เป็นการยืนยันว่าคาร์บอมบ์มีจริง และพ.ต.ท.ทักษิณ เกือบถูกลอบสังหารจริง ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นคาร์บ๊องตามที่เรียกกัน แม้ว่าศาลจะไม่รับฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่การที่ศาลตัดสินลงโทษในข้อหาเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าความพยายามฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีอยู่จริงตามแผยบันได 4 ขั้น ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด