"กานต์ วิภากร" เล่านาทีชีวิต "เสก โลโซ" ล้มคาบ้าน ชักตาเหลือก ใกล้ความตายเสี้ยววินาที

"กานต์ วิภากร" เล่านาทีชีวิต "เสก โลโซ" ล้มคาบ้าน ชักตาเหลือก ใกล้ความตายเสี้ยววินาที

ทำเอาบรรดาแฟนคลับของร็อกสตาร์รุ่นใหญ่ เสก โลโซ หรือ เสก-เสกสรรค์ ศุขพิมาย ทั้งเป็นห่วงทั้งใจหายไปตามๆ กัน เมื่อได้ทราบข่าวอาการป่วยล่าสุดของศิลปินผู้เป็นที่รัก จากภรรยาคู่ชีวิต กานต์ วิภากร ที่นำมาโพสต์ลงบนอินสตาแกรม @wiphakorn15

โดย กานต์ วิภากร ได้เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เสก โลโซ เกิดหงายหลังล้มลงกลางบ้าน แต่โชคดีที่ในเวลานั้นมีคนเข้ามาช่วยประคองไว้ทันจึงทำให้ไม่ได้บาดเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วหลังจากที่ล้มลง เสก โลโซ ก็มีอาการ หน้าซีด ชัก ตาเหลือกค้าง จนเธอและคนอื่นๆ ที่อยู่ในบ้านต้องช่วยกันเขย่าตัวเรียกสติ ในระหว่างที่รอรถพยาบาลเดินทางมาถึง

ซึ่งในจังหวะเดียวกัน เมื่ออาการของ เสก โลโซ ค่อยๆ ดีขึ้นจนสามารถพูดได้ เจ้าตัวก็ได้เอ่ยปากบอกว่า หายแล้วและไม่ขอไปโรงพยาบาล จนทำให้ กานต์ วิภากร ที่ทั้งตกใจและเป็นห่วงในเวลานั้นต้องพูดเกลี้ยกล่อมอยู่นาน กระทั่งในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าจะขอเวลาดูอาการที่บ้านไปก่อนจนถึงวันพุธ หากไม่ดีขึ้นก็ค่อยไปพบคุณหมอพร้อมๆ กัน

นอกจากนั้นแล้ว กานต์ วิภากร ยังได้โพสต์ต่ออีกว่า ณ เวลานี้ เสก โลโซ มีอาการเครียดกับเรื่องคดีความเป็นอย่างมาก หากเป็นไปได้ตัวเธอเองก็อยากจะขอความเมตตาจากผู้ใหญ่ รวมถึงขอกำลังใจจากแฟนๆ ที่ติดตามข่าว เนื่องจากว่า ณ เวลานี้ สำหรับครอบครัวศุขพิมาย การได้รับกำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุด

"ความเป็นความตายใกล้กันเพียงเสี้ยววินาที วันนี้เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เป็นครั้งแรกที่มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก พี่เสกเดินจากหน้าบ้านเข้าประตูมา ชนโต๊ะแล้วมานั่งเก้าอี้แล้วก็หงายหลังล้มลงไปก้นกระแทกพื้น หน้าซีดมากขาวเหมือนกระดาษ ยังดีที่มีคนเข้ามารีบประคองพี่เสกไว้ ไม่งั้นอาจหัวน็อกพื้น"

"เราอยู่ในห้องแต่มองเห็นนิดๆ แต่ไม่รู้ จนคนเรียกเรา เลยรีบวิ่งมาดูแล้ว พี่ต่อและภรรยาและดรีม ช่วยกันประคองนำตัวพี่เสกนั่งบนโซฟา ซึ่งเราช็อกมาก พยายามโทรตามรถพยาบาล เมื่อนำเสกไปนั่งบนโซฟาได้ เสกกำลังจะชักและตาเหลือกค้าง น่ากลัวมาก ไม่มีสติ เราสั่งพี่ต่อไว้ให้เรียกให้เขย่าตัวตลอดเวลา อย่าให้หลับนะ ส่วนเราก็โทรบอกรายละเอียด รพ. ให้ส่งรถพยาบาลอย่างกลัวกังวล เครียดปะปนกันไป เวลาช่วงชุลมุนนั้นเหตุการณ์เกิดภายใน 10 นาที และพี่เสกก็ดีขึ้น หน้าเริ่มเป็นปกติไม่ซีดเหมือนตอนนั้น"

"เราก็ตามรถพยาบาลต่อ พี่เสกบอก ไม่ต้องแล้ว หายแล้วแต่เราและทุกๆ คนก็ไม่ยอม บอกว่า ให้รถพยาบาลมาก่อน อาจมีเครื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ต้องไป รพ. ก็ได้ เพราะในรถเขามีออกซิเจน นั่นนี่นู่น แต่พี่เสกบอก หายแล้วๆ กานต์ พูดอยู่นั่นแหละ จนเราบอกเจ้าหน้าที่ รพ. ที่รับสายซึ่งกำลังจะส่งรถพยาบาลมาว่า ดีขึ้นๆ แล้วค่ะ ยังไงเดี๋ยวโทรไปใหม่ แล้วเราก็เอาผ้าขนหนูสะอาดๆ ชุบน้ำหมาดๆ ไปเช็ดหน้าเช็ดคอ แขน หลัง ให้ทั่ว และเอาเสื้อตัวใหม่มาให้ใส่ และเอารังนกมาให้กิน เอายาหม่องมาทาขมับ คอ จมูกให้ พี่ต่อกับตินและเราบอกว่า ไม่รู้หละ พรุ่งนี้กินข้าวเช้าเสร็จ จะพาไปตรวจเช็กร่างกายทั้งหมดให้ละเอียด"

"ในขณะนั้น ดรีมก็เอากาละมังใส่น้ำอุ่นมาให้แช่เท้า 2 ข้าง และเอายาหม่องมานวดเท้าให้ไปด้วย และเราบอก พรุ่งนี้ต้องไป รพ. พี่เสกบอกไม่เป็นไรแล้ว เราบอก ไม่รู้แหละ ถ้าไม่ไป รพ. พรุ่งนี้ กานต์จะไม่ดูแลเธอแล้วและจะหนีออกจากบ้านเลยและเมื่อทุกคนกลับไป พี่เสกบอกเราว่า ขอไปตรวจที่ รพ. วันพฤหัสนะ แกบอกขอดูอาการตัวเองสัก 2-3 วัน เราเลยต่อรอง งั้นเป็นวันพุธ เขาโอเค"

"เพียงเสี้ยววินาที ถ้าไม่มีใครอยู่กับเขาตรงนั้น อาจไม่มี เสก โลโซ แล้วในวันนี้ เขาไม่เคยเป็นอะไรเลย แอดมิด รพ. ก็ไม่เคย 20 กว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา เขาเป็นอย่างนี้ครั้งแรก เราไม่เคยเห็นเลย ตกใจ รู้สึกกังวลและแย่มาก สงสารมากๆ 'เสกเอ้ย ทุกคนรักและเป็นห่วงเธอมาก ถ้าเธอเป็นอะไรไป กานต์กับลูกจะอยู่ยังไง' พี่เสกเครียดเรื่องคดีมากๆ หนักสุดๆ ของชีวิต ขอศาลฎีกาได้โปรดเมตตาเขาด้วยนะคะ จริงอยู่ที่เขาทำผิดมามาก ส่วนใหญ่มันเกิดขึ้นเพราะโรคประจำตัว ไบโพล่า ซึ่งรักษามาไม่ต่ำกว่า 17 ปี อาการรุนแรงมาก และเรื้อรังต่อเนื่องมาตลอด"

"อันนี้ลูกไม่ได้แก้ตัวให้เขานะคะ สิ่งที่เขา แสดงออกมา มันมีสาเหตุจาก ไบโพล่า ล้วนๆ (เพื่อนๆ ลองไปศึกษาโรคนี้ดูดีๆ อย่างละเอียดนะคะ โรคนี้อันตรายมากและทรมานมาก น่ากลัวมากๆ) และตอนนี้ เขาสำนึกผิดนานแล้ว และจะไม่มีการทำผิดพลาดต่ออาญาแผ่นดินและต่อใครๆ อีกแล้ว เขาอยู่ในความดูแลของลูกแล้ว เขาสำนึกผิดจริงๆ และปรับปรุงตัวเองใหม่แล้วจริงๆ ได้โปรดเมตตาเขาด้วย"

"ถ้าเขาต้องไปถูกจองจำ พวกเรารวมลูกๆ จะเป็นยังไง อาจซึมเศร้าทั้งบ้าน และมีสิทธิ์ตรอมใจตายได้ ไม่มีใครทำใจได้แน่นอน สงสารพวกเราด้วยนะคะ ขอโทษทุกคนด้วยนะคะ และขอกำลังใจให้พี่เสกกันเยอะๆ นะคะ ตอนนี้ กำลังใจจากทุกคนสำคัญที่สุด ขอบคุณค่ะ"