ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ช่องทางสร้างความเข้าใจระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้

ระยะเวลาที่ผ่านมา เรามักได้ยินเสียงสะท้อนผ่านสื่อกันบ่อยๆ ทำนองว่า ทำไมธนาคารจึงไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ? ทำไมการขอสินเชื่อจึงยาก ขั้นตอนมากไปหรือเปล่า? เป็นต้น

การปล่อยสินเชื่อที่เหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้กู้ ผู้ให้กู้ และสังคมโดยรวมอย่างมาก ประโยชน์ต่อผู้กู้คือ มีเงินไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนในการทำธุรกิจหรือลงทุนขยายกิจการ สำหรับประโยชน์ต่อผู้ให้กู้คือ มีรายได้ดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืม และประโยชน์ต่อสังคมคือ ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้แรงงานมีรายได้จากการจ้างงานและจากการขายผลผลิตให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้มีเงินจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโต

แต่ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง ผู้บริโภค นักธุรกิจ และสถาบันการเงินต่างก็เพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย การขยายธุรกิจ และการปล่อยสินเชื่อของตน ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างยากลำบาก ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค นักธุรกิจ และสถาบันการเงินจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดผลโดยเร็ว

ในภาวะปกติ ธนาคารจะให้สินเชื่อโดยพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นหลัก แต่ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ธนาคารจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของผู้กู้มากยิ่งขึ้น เพราะเกรงจะเกิดหนี้เสียและส่งผลกระทบต่อฐานะและการดำเนินงานของตน แต่ในขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมีความต้องการสินเชื่อมากขึ้นเพื่อประคับประคองให้ธุรกิจของตนผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ จึงเป็นความต้องการที่สวนทางกัน ก่อให้เกิดมุมมองที่ต่างกันระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้เกี่ยวกับปัจจัยและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ และในช่วงที่ผ่านมาประชาชนได้มีการร้องเรียนมายังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มากขึ้นในเรื่องที่ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป

ในภาวะเช่นนี้ ธปท. เห็นว่า การมีช่องทางสื่อสารระหว่างกันเพื่อให้แต่ละฝ่ายได้รับทราบข้อมูลและแลกเปลี่ยนความเห็น โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นอุปสรรคในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ จะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อได้อย่างมั่นใจ และผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 เพื่อให้คำปรึกษา และรวบรวมข้อมูล รวมทั้งประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปในการยุติหรือคลี่คลายปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น อันจะส่งผลช่วยผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจด้วย

นับตั้งแต่ ธปท. เปิดศูนย์ประสานงานฯ มาเป็นเวลา 3 เดือน ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 1,213 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องที่ศูนย์ประสานงานฯ ได้ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ไปแล้ว 945 เรื่อง สำหรับอีก 268 เรื่อง นั้น ได้ประสานงานกับสถาบันการเงินให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว

นอกจากนี้ การรวบรวมข้อมูลจากเรื่องร้องเรียนทำให้ทราบว่า สาเหตุหลักที่ผู้กู้พบข้อขัดข้องในการขอสินเชื่อจากธนาคาร เกิดจากความไม่เข้าใจระหว่างกัน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ และขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อ เช่น ความไม่พร้อมด้านเอกสารที่เกี่ยวกับการแสดงรายได้ของผู้กู้ ผู้กู้ขาดความเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณา รวมทั้งอาจไม่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่สินเชื่ออย่างเพียงพอ เป็นต้น

ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างความเข้าใจระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ รวมทั้งช่วยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการหาแนวทางลดช่องว่างระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ แม้ความพยายามสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาและลดอุปสรรคในการปล่อยสินเชื่อ จะประสบผลสำเร็จไปแล้วบางส่วน แต่ยังคงต้องการความร่วมมืออีกมากจากทุกภาคฝ่าย เพื่อให้สามารถลดข้อจำกัดในการขอสินเชื่อ และส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหวังว่าจะเป็นหนทางอันไม่ไกลเกินเอื้อมที่จะช่วยให้การขยายสินเชื่อมีประสิทธิผลและเป็นประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ธปท. เปิดรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการขอสินเชื่อและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถติดต่อ

ศูนย์ประสานงานฯ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 0-2283-5900 โทรสาร 0-2283-5919 ในวันทำการ

ระหว่างเวลา 08.30 น. - 16.30 น. หรือ E-mail address: botccc@bot.or.th

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!