ธปท.เปิดจำหน่ายบอนด์ออมทรัพย์ 3 ก.ย. วงเงิน 50,000 ล้านจองซื้อขั้นต่ำ 50,000 บ.

รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ว่าธปท. เตรียมออกพันธบัตร ออมทรัพย์ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2552 วงเงิน 50,000 ล้านบาท จำหน่ายในวันที่ 3,4 และ 7 กันยายน 2552 นี้ ผ่านธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายทั้ง 10 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน ) (บมจ. ) ,บมจ.ธนาคารกรุงไทย ,บมจ. ธนาคารกสิกรไทย ,บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ ,บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , บมจ.ธนาคารทหารไทย ,บมจ.ธนาคารนครหลวงไทย ,บมจ.ธนาคารยูโอบี ,บมจ.ธนาคารซีไอเอ็มบี และบมจ.ธนาคารธนชาต

การออกครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการดูดสภาพคล่องจากระบบ และ ชำระคืนพันธบัตรช่วยชาติซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 2 กันยายน 2552 สามารถจองซื้อขั้นต่ำตั้งแต่ 50,000 บาทและเพิ่มเป็นทวีคูณหน่วยละ 10,000 บาท โดยไม่จำกัดเพดานการซื้อสูงสุด และไม่กำหนดวงเงินการจัดสรรจำหน่ายของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง ขึ้นอยู่วงเงินที่ธนาคารจะจัดสรรให้กับลูกค้า อายุพันธบัตรออมทรัพย์ 4 ปี และ 7 ปี จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 งวด งวดละ 6 เดือน ทุกเดือนมีนาคม และกันยายน ของทุกปี

กลุ่มเป้าหมายที่จะเน้นเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ได้แก่ สภากาชาด ,สมาคมการกุศล /มูลนิธิ นิติบุคคลที่เป็นสาธารณประโยชน์และประชาชนทั่วไป

โดยอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรจะประกาศในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ อย่างไรก็ดีสำหรับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลปัจจุบันอายุ 3 , 5 และ 10 ปี ( 18 สิงหาคม 2552 ) อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.38% , 3.00 % และ 3.91% ตามลำดับ และพันธบัตรออมทรัพย์ในโครงการไทยเข้มแข็งอายุ 5 ปีที่ออกมาก่อนหน้านี้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 4% ซึ่งธปท.จะร่วมกับธนาคารพาณิชย์ตัวแทนจำหน่ายทั้ง 10 แห่ง แถลงข่าวแจงรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 20 สิงหาคม 2552 นี้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อ เดือนกันยายน ปี 2545 ธปท.เคยออกพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงิน 300,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการรีไฟแนนซ์หนี้บางส่วน เป็นพันธบัตรอายุ 5,7 และ 10 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ย 4.23% , 5.41% และ 6.24% ตามลำดับ ซึ่งพันธบัตรออมทรัพย์ 5 ปี ได้ครบกำหนดไถ่ถอนคืนแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา และครั้งนี้เป็นพันธบัตรอายุ 7 ปีที่มีกำหนดไถ่ถอน 2 กันยายน 2552 ส่วนอีกล็อต 10 ปีกำหนดไถ่ถอนวันที่ 2 กันยายน 2555

การระดมเงินโดยดูสภาพคล่องจากระบบ ผ่านการออกทั้งพันธบัตรไทยเข้มแข็งของกระทรวงการคลัง และพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. ได้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวในขาขึ้น เห็นได้จากล่าสุดที่บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 48 เดือน แก่ลูกค้าทุกประเภท อีก 0.80 % เป็น 3.30% มีผลวันที่ 18 สิงหาคม 2552 หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์อื่น ๆที่ได้ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด