หึ่งกอร์ปศักดิ์แถลงลาออกปธ.บริหารฯชุมชนพอเพียง ปชป.กระเพื่อมบีบปลดสุมิทพ้นคุมสพช.

กอร์ปศักดิ์ ลุยพบ พบผู้ว่าการ สตง.ดึงร่วมสอบ ทุจริตชุมชนพอเพียง ยังไม่ตอบรับผิดชอบลาออกหรือไม่ ให้รอฟังแถลง พบอีกคำสั่งตั้ง ประโภชฌ์ คัดกรองโครงการก่อนชงชุดพี่ชายอนุมัติ เด็กปชป.รุมบีบ สุมิทพ้นเก้าอี้ ผอ.สพช. กองปราบฯตั้งทีมลุยสอบ 3จว. รายงานคืบหน้าทุก 7 วัน

จากกรณี ความไม่โปร่งใสการดำเนินการโครงการชุมชนพอเพียง นั้น นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ถึงกรณีกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่งในระหว่างการแถลงข่าววันที่ 19 ส.ค. ว่า ยังไม่ขอตอบคำถามอะไรตอนนี้ จะขอพูดวันพรุ่งนี้ เมื่อถามว่า จะทราบชัดเจนหรือไม่ว่าจะอยู่หรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า เอาไว้พูดวันพรุ่งนี้

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ เวลา 14.OO น. นายกอร์ปศักดิ์จะไปที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อยื่นเรื่องให้คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. จัดส่งทีมเข้ามาตรวจสอบปัญหาการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง จากนั้นจะกลับมาเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานโครงการนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง

ล่าสุด รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า คาดว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ จะแถลงลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารโครงการชุมชนพอเพียง และขอให้นายมีชัย วีระไวทยะ รองประธาน มาดำรงตำแหน่งแทนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการสอบสวน และให้สาธารณชนมั่นใจในการดำเนินโครงการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจาก นายกอร์ปศักดิ์ได้ลงนามแต่งตั้งตัวเองเป็นประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการโครงการ ทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติโครงการชุมชนพอเพียงแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สพช.ยังลงนามในคำสั่งที่ 3/2552 เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ รับผิดชอบงานเป็นกลุ่มภารกิจ ในคำสั่งตอนหนึ่งระบุว่า กลุ่มภารกิจดนินการสรุปผล และพิจารณาโครงการ ให้นายประโภชฌ์ สภาวสุ พนักงานราชการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงาน... มีหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ จัดทำระบบข้อมูล การนำเสนอเพื่อขออนุมัติโครงการจาก สพช.ต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บข้อมูล การอนุมัติเข้าสู่ฐานข้อมูล เท่ากับคำสั่งดังกล่าวบ่งชี้ว่า นายประโภชฌ์ น้องชายนายกอร์ปศักดิ์ เป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการซึ่งชุมชนต่างๆ โดยการรับรองของเขตหรืออำเภอ เสนอมายัง สพช. จากนั้น จึงนำเสนอให้คณะอนุกรรมการอำนวยการโครงการซึ่งมีพี่ชายเป็นประธานพิจารณาอนุมัติ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า หลังจากเปิดโปงคนใกล้ชิดของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีส่วนร่วมกับไส้ศึกใน สพช.หลอกลวงประชาชน ต่อมานายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ แจ้งความตำรวจดำเนินคดีแล้วนั้น แต่แทนที่พรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบ แต่กลับออกมาเบี่ยงประเด็นว่าไม่มี ส.ส.ใน จ.อำนาจเจริญ ขอยืนยันด้วยหนังสือราชการลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 เรื่อง ขอตัวข้าราชการมาช่วยปฏิบัติงาน ออกโดยประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ทำเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ขอตัวบุคคลดังกล่าวไปช่วยปฏิบัติราชการที่ กมธ.ทหาร แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจกัน

อนึ่ง ประธาน กมธ.ทหาร คือ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า ขณะนี้มี ส.ก. และ ส.ข.ของพรรคจำนวนหนึ่งพยายามเคลื่อนไหวส่งสัญญาณถึงแกนนำพรรคให้เร่งจัดการกับนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สพช. หรือนายประโภชน์ สภาวสุ รองผู้อำนวยการ เนื่องจากต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความไม่โปร่งใสในโครงการ ทำให้กระทบต่อฐานเสียงเลือกตั้ง ส.ก. และ ส.ข.บางเขตที่จะมีขึ้นในปีหน้า สอดคล้องกับการที่ ส.ส.กทม.กว่า 20 คนมีข้อเสนอให้ปลดนายสุมิทพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากบริหารงานผิดพลาด

นายกอร์ปศักดิ์ชี้แจงด้วยสีหน้ามั่นใจ ทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่เชื่อว่าหากผลการสอบออกมาพบว่ามีการทุจริต คงไม่ถอยหรือลาออกจากประธานบริหารโครงการชุมชนพอเพียงอย่างแน่นอน คนที่น่าจะลาออกน่าจะเป็นนายสุมิทมากกว่า แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับความคืบหน้ากรณีนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ สพช. 3 คนที่พัวพันกับการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯได้ไปสอบปากคำผู้บริหาร สพช.แล้วนั้น ล่าสุด พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป. ตั้งคณะพนักงานสอบสวน ต่อมา พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์มีคำสั่งแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยคณะทำงานเป็นพนักงานสอบสวนจาก กก.1, กก.2 และ กก.3 บก.ป.จำนวน 12 คน

ข่าวแจ้งว่า คณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สพช.ตั้งขึ้น 4-5 ปาก เพื่อทราบที่มาโครงการ กระบวนการ และขั้นตอนซึ่งถูกส่อไปในทางทุจริตในพื้นที่ จ.ชัยนาท, มหาสารคาม และกรุงเทพฯ โดยสินค้าที่เสนอผ่านโครงการ ได้แก่ ปุ๋ย สินค้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ขณะนี้ชุดสืบสวนลงพื้นที่จังหวัดดังกล่าวเพื่อสอบสวนหาข้อมูลแล้ว โดย พล.ต.ท.ไถงสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา และให้รายงานความคืบหน้าทุก 7 วัน หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องและมีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีส่วนร่วมกระทำผิด ให้ประมวลพยานหลักฐานเบื้องต้นส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติภายใน 30 วัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด