Sanook คลุกข่าวเช้า 23 พ.ค. 63 ยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึง 30 มิ.ย.- #6ปีรัฐประหาร กระหึ่มโซเชียล

Sanook คลุกข่าวเช้า 23 พ.ค. 63 ยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึง 30 มิ.ย.- #6ปีรัฐประหาร กระหึ่มโซเชียล

อัปเดตข่าวสารยามเช้า ประจำวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563 ติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ล่าสุด ยืดอายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉินถึง 30 มิ.ย.,โซเชียลรำลึก # 6ปีรัฐประหาร,ธนาธร ไลฟ์จวกกองทัพพาณิชย์ ไม่พบปฏิรูป แม้อภิรัชต์เคยหลั่งน้ำตาสัญญายกเครื่องใน 90 วัน

สามารถติดตามอ่านและใช้บริการกดฟังเสียงอ่านข่าว หรือเนื้อหาต่างๆ บนเว็บไซต์ Sanook โดยสังเกตสัญลักษณ์รูปลำโพง แล้วให้ระบบ AI อ่านเนื้อหาให้ฟังได้อีกด้วย อย่าลืมติดตามฟังจนจบนะคะ

  • มติ ศบค. ไฟเขียวต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปถึง 30 มิ.ย. นำเสนอ ครม. อนุมัติอังคารหน้า

เมื่อวานนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล 

โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี บอกขณะนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจถึงการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ และรู้จักเสียสละ และที่ช่วยสนับสนุนข้าวของช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานที่ได้รับผลกระทบ นอกเหนือจากระเบียบราชการที่ให้การช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาเพิ่มเติมอยู่ นายกฯ ยังชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของทุกคน จนได้รับความชื่นชมจากหลายประเทศ 

โดยในการประชุมพล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในฐานะหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศบค. จะเสนอขยายประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ถึง 30 มิ.ย. และรับทราบรายงานสถานการณ์โควิด-19 หลังผ่อนคลายล็อกในระยะ 2

ทั้งนี้ หลังการประชุม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสั้นๆ ว่า ที่ประชุม ศบค. มีมติเห็นชอบให้ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ตามที่ เลขาธิการ สมช.เสนอ โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 26 พฤษภาคม 2563

  • โซเชียลรำลึก #6ปีรัฐประหาร โอดเศรษฐกิจสงบ จบที่ความเหลื่อมล้ำ

ผู้ใช้เว็บไซต์ทวิตเตอร์ในประเทศไทยจำนวนมาก โพสต์ข้อความรำลึกถึงการครบรอบรัฐประหารปี 2557 ครบ 6 ปี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พร้อมติดแฮชแท็ก #6ปีรัฐประหาร จนทำให้แฮชแท็กนี้ติดกระแสความนิยมในเว็บไซต์ดังกล่าวที่อันดับ 4 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วานนี้

แฮชแท็กดังกล่าวส่วนใหญ่พูดถึงข้อเสียและความน่ารังเกียจของการรัฐประหารครั้งดังกล่าว ที่ทำให้ประเทศพัฒนาล่าช้า ขณะเดียวกันก็ถ่างช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน หรือความเหลื่อมล้ำ ให้กว้างออกจากกันไปอีก ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันวิจัยของธนาคารเครดิตสวิสเมื่อปี 2561 ระบุว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดอันดับ 4 ของโลก ที่คะแนน 90.2 หรืออันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนั้นเรื่องการปฎิรูปตามที่คณะรัฐประหารสัญญาว่าจะคืนความสุชให้กับประชาชน แต่ที่ผ่านมายังไม่พบความสุขเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเขียนรัฐธรรมนูญให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยน้อยลงกว่าเดิมเช่นการที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเลยแม้แต่คนเดียว

มาที่อีกหัวข้อคือโควิดเผยศักยภาพรัฐบาล หลายความคิดเห็นกล่าวถึงการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด-19 ที่ล้มเหลว ทั้งการไม่สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดที่สนามมวยซึ่งทหารรับผิดชอบ หรือการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือไม่ถ้วนหน้า และยังมองว่าประชาชนเป็นผู้ขอทั้งๆ ที่ประชาชนจ่ายภาษีหรือเป็นเจ้าของเงิน

  • ธนาธร ไลฟ์จวกกองทัพพาณิชย์ ไม่พบปฏิรูป แม้อภิรัชต์เคยหลั่งน้ำตาสัญญายกเครื่องใน 90 วัน

เวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อวานนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกคณะก้าวหน้า ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กในชื่อตนเอง ภายใต้หัวข้อ "6 ปีรัฐประหาร 90 วันปฏิรูปกองทัพ ได้เวลาทวงสัญญาประชาชน"

โดยเนื้อหาการไลฟ์ตลอดช่วงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนั้น เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงช่วงเวลาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา คณะรัฐประหารและรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ายิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น และทำให้ประเทศพัฒนาไม่ทันนานาชาติและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

โดยอ้างถึงความล้มเหลวของการบริหารประเทศและการใช้อำนาจกดขี่ในกองทัพมีความชัดเจนยิ่งขึ้นตอนเกิดเหตุการณ์กราดยิงภายในศูนย์การค้าจังหวัดนครราชสีมา และยังอ้างถึงคำสัญญาของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่สัญญาว่าจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์นั้นมาเปลี่ยนแปลงกองทัพให้ดีขึ้นภายใน 90 วัน แต่จนถึงขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างจำกัด

นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามเรื่องการไม่เปิดประมูลสิทธิบริหารสวนสนประดิพัทธ์ แต่ให้เครือโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งเข้าบริหารโรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ แต่เลือกให้บริหารจัดการโดยใช้อำนาจจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ไม่จำเป็นต้องประมูล ซึ่งไม่น่าจะโปร่งใส

ประเด็นถัดมานายธนาธรกล่าวถึงบริษัทอาร์มี่ ฟุตบอล จำกัดที่บริหารสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่พบว่ารายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ  เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ โดยนายธนาธรตั้งคำถามเรื่องการบริหารเวลาระหว่างงานในกองทัพและบริหารบริษัทเอกชนอย่างไร และแบ่งผลประโยชน์ที่ทำให้ปรเทศและบริษัทอย่างไร ทั้งยังรับเงินเดือน 2 ทางด้วยหรือไม่

รวมไปถึงสนามมวยลุมพินีที่ล้วนมีผู้บริหารเป็นนายทหารยศสูงทั้งสิ้น และให้สิทธิการถ่ายทอดสดแก่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งนายธนาธรมองว่าไม่ชอบมาพากลจากการที่ไม่พบการประมูล หรือจะเป็นกรณีของปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งที่เปิดให้บริการในพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามมวยลุมพินี พบว่าเลขผู้เสียภาษีของร้านค้าสวัสดิการในปั้มน้ำมันคล้ายกับร้านสะดวกซื้อเครือดัง เป็นเลขผู้เสียภาษีของ "คณะบุคคลคณะหนึ่ง" ซึ่งมีชื่อของนายทหารคนหนึ่งเป็นเจ้าของ นายธนาธรยังกล่าวถึงประเด็นที่พล.อ.อภิรัชต์ เคยกล่าวถึงว่าจะปฏิรูปเรื่องบ้านพักนายพล และเรื่องปืนสวัสดิการ แต่ตนเองไม่สามารถหาข้อมูล และตรวจสอบได้

ในช่วงท้ายของการไลฟ์นายธนาธร เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกองทัพให้สำเร็จให้ได้

"นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เนื่องจากมีเสียงสนับสนุนมากมายที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกองทัพได้สำเร็จ หากเราหยุดกองทัพพาณิชย์ได้ ถ้าเราเอาการพาณิชย์ออกจากกองทัพได้ พวกเขาจะไม่มีแรงจูงใจให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก"