หุ้นไทยผวาเสื้อแดงดัชนีรูด 22 จุด

ฝ่อเศรษฐกิจสหรัฐโงหัวไม่ขึ้นฮั่งเส็ง-ดาวโจนส์โดนเทขายทิ้ง

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เปิดตลาดต้นสัปดาห์ด้วยความไม่สดใส หลังหุ้นไทยเจอปัจจัยลบรุมเร้าทั้งจากปัญหาการเมืองในประเทศ จากการยื่นถวายฎีกาของกลุ่มเสื้อแดง รวมทั้งตลาดหุ้นต่างประเทศที่แดงกันทั่วหน้า โดยเฉพาะดัชนีฮั่งเส็งที่ลดฮวบถึง 755.68 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ที่ปิดลบ 76.79 จุด หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เดือน ส.ค.ลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนเกิดความลังเลและไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นได้ในปีนี้ จึงมีแรงขายหุ้นในต่างประเทศออกมา

ส่งผลให้หุ้นไทยอ่อนตัวในแดนลบทั้งวัน ตามแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มพลังงานที่เป็นตัวนำตลาด ตามด้วยกลุ่มธนาคาร โดยดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดที่ 641.67 จุด ลดลงกว่า 12 จุด จากนั้นดิ่งลงอย่างหนักในช่วงบ่าย จนมาปิดตลาดที่ 632.05 จุด ร่วงลง 22.20 จุด หรือ 3.39% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 26,349.36 ล้านบาท

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงในช่วงบ่าย มาจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์ลดลง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.ลดลงอยู่ที่ 63.2 จากระดับ 66 ในเดือน ก.ค.ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และนับเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกัน 2 เดือน ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ ว่าจะกลับมาฟื้นตัวจริงตามที่คาดการณ์หรือไม่ ส่งผลให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ จึงกดดันให้ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกลดลง

ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บล.ซิตี้ คอร์ป (ประเทศไทย) และในฐานะนายกสมาคม บล. ต่างประเทศ กล่าวว่า หุ้นไทยลดลง เพราะได้รับปัจจัยลบจากทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ ประเมินว่าไม่มีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง โดยประเมินว่าในสัปดาห์นี้ดัชนีมีโอกาสแตะระดับ 620 จุดได้ ด้านกลยุทธ์ แนะนำลดพอร์ตลงทุน เพื่อลดความเสี่ยง หรือซื้อหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล

นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งลดลงตลอดทั้งวัน ตามแรงกดดันจากตลาดหุ้นภูมิภาคเป็นหลัก เนื่องจากกังวลเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่จะสะท้อนไปยังเศรษฐกิจโลก จึงเกิดแรงเทขายหุ้นในทุกภูมิภาค ประกอบกับราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าลดลง กดดันให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่การเมืองในประเทศมีผลบ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 ส.ค. นี้ ดัชนีอาจปรับลดลงต่อ เพราะดัชนีดาวโจนส์และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าลดลง และเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะเทขายต่อเนื่อง หลังดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่า ทำให้นักลงทุนโยกเงินจากตลาดหุ้น และหันไปเก็งกำไรค่าเงินแทน.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด