ธปท.เปิดเสรีทางการเงินสร้างกลไกแข่งขันธุรกิจแบงก์

ธปท.เตรียมเปิดเสรีเพิ่มผู้เล่นและขยายบทบาทสถาบันการเงินในระบบการเงินเพื่อให้ประชาชนและธุรกิจเข้าถึงบริการทางการเงินรวมทั้งเพิ่มการแข่งขันพร้อมชี้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของแบงก์ควรปรับลดลงได้อีกจากปัจจุบันอยู่ที่2.9%นายบัณฑิตนิจถาวรรองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่าในเร็วๆนี้คาดว่าจะสามารถเปิดเสรีทางการเงินเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของจำนวนผู้เล่นและการขยายบทบาทขอบเขตการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ไทยและสาขาธนาคารต่างประเทศเพื่อเพิ่มการแข่งขันในระบบสถาบันการเงินและเพื่อให้การบริการกระจายได้อย่างทั่วถึงโดยในกรณีผู้เล่นรายใหม่ธปท.จะเน้นให้เข้ามาเฉพาะในธุรกิจเฉพาะทางที่ระบบการเงินไทยไม่มีให้บริการได้แก่ไมโครไฟแนนซ์,อิสลามมิกแบงก์,การปริวรรตเงินตราและการรับฝากหลักทรัพย์เป็นต้นส่วนการเพิ่มบทบาทการทำธุรกิจจะผ่อนคลายให้ธนาคารพาณิชย์ออกผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆได้เพิ่มขึ้นซึ่งหากธนาคารพาณิชย์ใดมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีธปท.ก็จะเปิดให้ทำได้เสรีขณะที่ธนาคารต่างประเทศนอกจากทำธุรกิจได้มากขึ้นก็จะเพิ่มจุดให้บริการหรือเปิดสาขาเพิ่มได้จากปัจจุบันมีได้เพียง1สาขาแนวทางดังกล่าวน่าจะทำได้เร็วนี้ๆหลังจากแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่2(ปี2552-2556)ที่คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในไตรมาส4ของปีนี้เนื่องจากได้หารือรัฐมนตรีคลังแล้วและเห็นสอดคล้องกันโดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณานายบัณฑิตกล่าวนายบัณฑิตกล่าวว่าการเปิดเสรีดังกล่าวน่าจะช่วยสร้างประสิทธิภาพของระบบการเงินไทยทั้งด้านดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้โดยข้อมูลณไตรมาส2ปี2552ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่2.9%ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ปรับลงได้อีกหากมีผู้เล่นมากขึ้นนอกจากนี้หากแก้ปัญหาหนี้เสีย(เอ็นพีแอล)และสินทรัพย์รอการขาย(เอ็นพีเอ)ซึ่งเป็นภาระต้นทุนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์จะช่วยให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงได้อีกแนวทางแก้ปัญหาเอ็นพีแอลและเอ็นพีเอที่ธปท.จะดำเนินการคืออนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ไปร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้จากปัจจุบันที่ทำไม่ได้แต่ต้องแยกบัญชีให้ชัดเจนนายบัณฑิตกล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด