เร่งใช้งบหนุนจีดีพีโต1.3%

คาดจ้างงานอีก8.7แสนคน

น.ส.จริยา เปรมศิลป์ เศรษฐกรอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายการคลังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ภาคเอกชนมีบทบาทลดลง แต่ประสิทธิภาพของมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 นั้นขึ้นอยู่กับความโปร่งใส ความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งหากทำตามแผนคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจในปี 53-57 ขยายตัวเฉลยเพิ่มขึ้น 1.3% ต่อปี และก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีก 870,000 คน แต่ถ้าแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ มีปัญหาล่าช้า เพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การเบิกจ่าย การขาดความโปร่งใสของโครงการทำให้การดำเนินนโยบายไม่เห็นผลรูปธรรม หรือเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าจะทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต

สำหรับการกู้เงินเพื่อใช้ในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ จะทำให้รัฐบาลขาดดุลเพิ่มขึ้น จากปกติที่ขาดดงบประมาณปีละ 2% ของจีดีพี และจะส่งผลให้หนี้สาธารณะสูงขึ้น ซึ่งในปี 52 คาดว่าจะอยู่ที่ 48.3% และปี 56 จะเพิ่มเป็น 59% ของจีดีพี อย่างไรก็ดีแม้ว่าหนี้สาธารณะจะเกิน กรอบความยั่งยืนทางการคลังไปอีกสักระยะ แต่หากโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 เบิกจ่ายได้จริงทำให้มีการลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด