แนะเกษตรกร เล็งช่องทางปลูกงาดำ หลังทำนา

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 นครราชสีมา ปูพรมถิ่นโคราช สำรวจพืชเศรษฐกิจงาดำ เผย ปี 52 มีพื้นที่ปลูกกว่า 4 หมื่นไร่ ผลผลิตไร่ละ 72 กก. ให้ราคาขาย กก.ละ 40-50 บาท แนะช่องทางเกษตรกรเพาะปลูกงาดำหลังทำนา โดยการันตีพันธุ์ มก.18 แย้ม เป็นพืชทนแล้ง และเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ

นายยรรค์ยง แสนสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 (สศข.5) จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่งาดำปีเพาะปลูก 2552 ในจังหวัดนครราชสีมา พบว่า มีพื้นที่ปลูกงาดำทั้งสิ้นประมาณกว่า 40,000 ไร่ แต่สามารถเก็บเกี่ยวได้ 10,000 ไร่ เนื่องจากประสบกับปัญหาภาวะน้ำท่วม โดยพื้นที่ปลูกงาดำมีมากในอำเภอห้วยแถลง และอำเภอ จักราช ซึ่งผลผลิตี่เก็บเกี่ยวได้นั้น จะได้ผลผลิตต่อไร่โดยเฉลี่ยประมาณ 72 กิโลกรัม ส่วนราคาที่เกษตรกรขายได้จะอยู่ประมาณ 45-50 บาท/กิโลกรัม มีแหล่งรับซื้อเมล็ดงาดำที่สำคัญอยู่ที่อำเภอห้วยแถลง ซึ่งเป็นอำเภอที่มีการปลูกงาดำมากที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับงาดำนั้น นอกจากจะเป็นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของนครราชสีมาแล้ว ยังเหมาะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีด้วย เนื่องจากงาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาค่อนข้างสูง

หากเกษตรกรที่สนใจเพาะปลูกงาดำ ควรจะเป็นงาดำพันธุ์ มก.18 เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่สามารถทนแล้งได้ดี ละเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งช่วงปลูก (Planting Dates) งาดำที่เหมาะสมคือ การเพาะปลูกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม และช่วงเก็บเกี่ยว (Harvesting Dates) ที่มีความสุกแก่ทางสรีรวิทยา (Physiology Maturity) ที่เหมาะสม คือการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายน เนื่องจากการปลูกและการเก็บเกี่ยวงาดำในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตต่อไร่สูงและได้เมล็ดคุณภาพที่ดี เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่มาก นายยรรค์ยง กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด