Sanook คลุกข่าวเช้า 26 มี.ค. เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงติดโควิด-19 - ไทยประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน

Sanook คลุกข่าวเช้า 26 มี.ค. เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงติดโควิด-19 - ไทยประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีค่ะทุกๆ คน ขอต้อนรับเข้าสู่ Sanook คลุกข่าวเช้าประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เราพร้อมที่จะอัปเดตข่าวสารรอบวันจัดเสิร์ฟให้ถึงที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ติดตามได้ตลอดเลย แน่นอนว่าประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19), รวมถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินซึ่งเราข้อแง้มไว้ก่อนนะว่าไม่ใช่การประกาศเคอร์ฟิว ถ้าพร้อมแล้วอย่าลืมกดปุ่มลำโพงแล้วไปอัปเดตกันได้เลย

ด่วน! เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงติดโควิด-19 ผลตรวจไวรัสโคโรนาในพระวรกายเป็นบวก

สำนักพระราชวังแคลเรนซ์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ประกาศเมื่อวันวานนี้ว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร ทรงมีผลตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในพระวรกายเป็นบวก แต่พระพลานามัยยังคงแข็งแรงดี และมีอาการประชวรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากที่พระองค์ทรงพบปะกับเจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 พระประมุขแห่งโมนาโก ในงานวอเตอร์เอด ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งภายหลัง เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 แห่งโมนาโก ก็ทรงเผยว่าติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ด้วย

"ประยุทธ์" แถลงประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ขอประชาชนเชื่อมั่น-รวมพลังสกัดโควิด-19

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงรายละเอียดการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังวานนี้ (24 มี.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม จนถึง 30 เมษายน 2563 โดยมีการออกข้อกำหนด 16 ข้อ ได้แก่ 1.กำหนดห้ามประชาชนเข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ตามที่ กรุงเทพมหานคร หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประกาศไว้, 2.ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรคที่มีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกันและเสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19 รวมถึงสถานที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑสถาน ห้องสมุดสาธารณะ อาจปิดเฉพาะส่วนหรือทั้งหมด, 3.ปิดช่องทางเข้ามาในประเทศทุกเส้นทางคมนาคม ยกเว้นผู้มีสัญชาติไทย, ผู้มีเหตุยกเว้นตามที่นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรืออนุญาตตามความจำเป็น ส่วนผู้มีสัญชาติไทยต้องติดต่อสถานทูตไทยหรือกงสุลเพื่อออกหนังสือรับรอง หรือมีใบรับรองแพทย์ ขณะที่บุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ (Fit to Fly Health Certificate) ที่ออกให้ไม่เกิน 72 ชั่วโมง และเมื่อเข้ามาแล้วต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจปฏิเสธไม่ให้ชาวต่างชาติที่ตรวจพบหรือต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ยินยอมให้ตรวจ เดินทางเข้ามาในประเทศ

ส่วนข้อที่ 4.การห้ามกักตุนสินค้า ยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม สินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน, 5. ห้ามชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุม ในสถานที่แออัด หรือกิจกรรมยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย, 6.ห้ามเสนอข่าวหรือเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับ โควิด-19 ที่ไม่เป็นความจริง ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร, 7.มาตรการเตรียมรับสถานการณ์ เช่น ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเป็นผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกมิติในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ, ให้หน่วยงานของรัฐประชาสัมพันธ์เผยแพร่มาตรการช่วยเหลือ หรือบรรเทาผลกระทบอันเกิดจากการบังคับใช้มาตรการต่อประชาชน, ให้โรงพยาบาล สถานพยาบาลจัดหายา เวชภัณฑ์ เครื่องมือในการตรวจโรค เครื่องช่วยในการหายใจ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นให้เพียงพอ รวมถึงการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์และเตรียมสถานที่กักกัน สถานที่คุมไว้สังเกต หรือเตียงรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มจำนวนขึ้น โดยขอความร่วมมือดัดแปลงสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย หอประชุม สถานที่ปฏิบัติธรรม ศาลาวัด อาคารของเอกชนที่ยังไม่ได้ใช้งาน หรือสถานที่ราชการ สถานที่เอกชนอื่นๆ เป็นโรงพยาบาลชั่วคราว กักตัวเองสังเกตอาการ หรือผู้เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดอื่น, 8.มาตรการพึงปฏิบัติให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ให้อยู่ในบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป, กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว และ กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เว้นแต่มีความจำเป็น, 9.ให้เข้มงวดในการตรวจลงตราหรือออกวีซ่าหรืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศที่ไม่ได้มีกิจการงานปกติหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ส่วนชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศจะได้รับการอำนวยความสะดวก, 10.มาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย ให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัคร จัดเวรยามหรือตั้งจุดตรวจตามถนน เส้นทางคมนาคม สถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การก่ออาชญากรรม และการรวมกลุ่มชุมนุมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค และหากพบเห็นการกระทำดังกล่าวให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

สำหรับข้อที่ 11.มาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดโดยใช้ปฏิบัติเป็นการทั่วไป เช่น ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการจัดกิจกรรม และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน, ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมกิจกรรม ลูกจ้าง ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า, ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค, เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เป็นต้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่อาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ และนำมาตรการคุมไว้สังเกตุหรือมาตรการกักกันตัวอย่างน้อย 14 วัน ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อมาใช้แก่บุคคลบางประเภทหรือบางคนได้ตามความจำเป็น, ข้อที่ 12.เปิดสถานที่ทำการ โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านอาหารในส่วนซึ่งมิใช่สถานบันเทิงหรือสถานบริการ และแผงจำหน่ายอาหารซึ่งผู้บริโภคซื้อไปบริโภคนอกสถานที่, ข้อที่ 13.ให้คำแนะนำประชาชน งด หรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในระยะนี้โดยไม่จำเป็น และควรพักหรือทำงานอยู่ ณ ที่พำนักของตน กรณีจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่ ต้องรับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตการที่ทางการราชการกำหนด, ข้อที่ 14. การจัดกิจกรรมหรือพิธีการทางสังคมตามประเพณีนิยมยังคงจัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด, ข้อที่ 15. ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 และ ข้อ 6 แห่งข้อกำหนดนี้ ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 หรือมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 แล้วแต่กรณีด้วย และ 16.การใช้บังคับ ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เว้นแต่จะมีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น

ภูเก็ต คุมโควิด-19 เข้มงวด วอนนักท่องเที่ยวไทย-เทศ งดออกจากที่พัก 17.00-24.00 ของวันนี้

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ออกประกาศขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ งดออกจากที่พักตั้งแต่ 17.00-24.00 น. ของวันที่ 25 มี.ค. 63 โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักอาศัยในโรงแรม คอนโด อาคารชุด สถานที่พัก หรือสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ได้ใช้ชีวิตประจำวันโดยปกติ โดยมิให้ออกนอกบริเวณเขตพื้นที่สถานที่พำนักนั้นไปยังสถานที่อื่นใด ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม 2563 คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในตอนนี้ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นคนละเรื่องกับลงทะเบียนรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า อย่ามั่วนิ่ม!

เริ่มขึ้นแล้วาสำหรับการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนเมื่อวานนี้ (25 มี.ค. 63) แต่กลับถูกชาวเน็ตบางคนเอาไปพูดเป็นตุเป็นตะว่า หากขอรับสิทธิ์ดังกล่าวคืนจะต้องจ่ายค่ามิเตอร์เองในกรณีที่เสียหาย สร้างความสับสนให้กับประชาชนที่มีสิทธิ์อย่างมาก ล่าสุดทั้ง 2 การไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโต้กลับทันควัน บอกว่า เรื่องมิเตอร์ไฟฟ้า กับการลงทะเบียนขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า มันคนละเรื่องกันด้วยซ้ำ การเรียกค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้านั้น เป็นเรื่องที่เรียกผิดมานานแล้ว อันที่จริงต้องเรียกว่าเงินประกันการใช้ไฟฟ้าที่เก็บจากประชาชนล่วงหน้า ในกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายนั้นไม่จ่ายค่าไฟตามครบกำหนด

สำหรับการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้านั้นทุกคนสามารถมารับเงินคืนประกันการใช้ไฟฟ้าได้ โดยที่การไฟฟ้าไม่ไปถอดมิเตอร์ ไปตัดค่าไฟ หากมิเตอร์ไฟฟ้าเสียจะซ่อมให้อีกด้วยซ้ำ ที่สำคัญไม่ต้องรีบลงทะเบียน เพราะเงินเป็นของประชาชนผู้วางเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าไม่ได้หายไปไหน ที่สำคัญไม่มีวันหมดเขตตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้

นี่ก็น่าจะอัปเดตครบเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามอย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อที่จะได้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ด้วยนะคะ พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ สวัสดีค่ะ