แฉปมเอสเอ็มเอส-ขายประกันผ่านโทรศัพท์ เซ็งลี้ข้อมูลส่วนตัว 30 ล้านเลขหมาย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 5/2552 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาความเดือดร้อนของประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณารวม 3 เรื่อง 1.การส่งเอสเอ็มเอส (ข้อความสั้น) โฆษณาเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนทั่วไป ที่ประชุมเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมาร่วมประชุมด้วย และมีมติว่า ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือของบริษัทใด หากไม่ต้องการรับเอสเอ็มเอสโฆษณาอีกให้โทรศัพท์ไประงับที่คอลล์เซ็นเตอร์ของบริษัทนั้นๆ โดยสัปดาห์หน้าสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะนัดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทั้งเอไอเอส ดีแทค ทรู และฮัทช์ มาพูดคุยอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าน่าจะสามารถแก้ปัญหาเอสเอ็มเอสโฆษณาได้ระดับหนึ่ง เพราะผู้ส่งต้องลงทะเบียนกับผู้ให้บริการด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหากรณีที่ผู้ส่งโฆษณาส่งเอสเอ็มเอสข้ามเครือข่าย ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแจ้งว่า ได้ร่วมมือกันพัฒนาโปรแกรมแอนตี้สแปม (ต่อต้านไฟล์ขยะ) ขึ้นมา คาดว่าจะสามารถใช้ได้ต้นเดือนสิงหาคมนี้

นายสาทิตย์ กล่าวว่า 2.การขายประกันผ่านโทรศัพท์ ทั้งโทรศัพท์บ้านและมือถือ ทางคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แจ้งว่า ประชาชนที่รู้สึกเดือดร้อนรำคาญให้โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1186 พร้อมแจ้งหมายเลขที่ไม่ต้องให้โทรศัพท์มาขายประกันอีก ทั้งนี้ กำชับให้ สคบ.และกรมการประกันภัย เร่งประชาสัมพันธ์ต่อประชาชน ซึ่ง คปภ.ระบุว่า มีระเบียบออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552 ว่า ผู้ขายกรมธรรม์จะต้องแจ้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และผู้รับโทรศัพท์สามารถปฏิเสธ ทำให้ผู้ขายไม่สามารถโทรศัพท์มาหาได้อีกเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน แต่คนไม่ค่อยทราบ จึงกำชับให้ คปภ.เร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับระเบียบดังกล่าว

ส่วนข้อสงสัยว่าทั้งผู้ส่งเอสเอ็มเอสและขายประกันผ่านโทรศัพท์ นำเบอร์โทรศัพท์มาจากไหน เท่าที่ทราบมีทั้งได้มาอย่างถูกต้อง คือการไปกรอกเอกสารตามงานแสดงสินค้าต่างๆ และได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ขายข้อมูลระหว่างกัน จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า มีขายข้อมูลกันกว่า 30 ล้านหมายเลข เรื่องนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีบทลงโทษ ทั้งผู้ที่ขายข้อมูลและโอเปอเรเตอร์ที่โทรศัพท์เข้ามา ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถโทรศัพท์แจ้ง กทช.ได้ ขณะที่รัฐบาลจะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนิติบัญญัตินี้ให้ออกมาให้เร็วที่สุด นายสาทิตย์กล่าว

นายสาทิตย์กล่าวว่า 3.การโฆษณาทางโทรทัศน์ ทั้งโฆษณาเกินเวลาและโฆษณาแฝง เดิมเคยมีระเบียบกรมประชาสัมพันธ์โฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 12 นาที มีการตั้งคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) ขึ้นมาดูแล แต่ภายหลังรัฐธรรมนูญ 2540 ได้ตัดอำนาจทิ้ง ปัจจุบันจึงไม่มีกฎหมายหรือหน่วยงานใดมาคุ้มครองการโฆษณาโดยโทรทัศน์ แต่เป็นเรื่องที่ทางสถานีโทรทัศน์ร่วมกับสมาคมโฆษณาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลกันเอง และพยายามควบคุมให้อยู่ที่ 12 นาที ซึ่งนายวิทวัส ชัยปราณี นายกสมาคมธุรกิจโฆษณาไทย ยอมรับว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเซ็นเซอร์กันเอง แต่ก็ยังมีการโฆษณาเกินอยู่ เบื้องต้นจะให้ สคบ.เชิญผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งและสมาคมโฆษณามาพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือ ส่วนระยะถัดไปคือ การเร่งรัดให้ออกกฎหมายตั้งองค์จัดสรรคลื่นความถี่เพื่อตั้งหน่วยงานมาดูแลโดยเฉพาะ

เวลานี้โฆษณาแฝง ที่มาทุกรูปแบบทั้งในเกมโชว์ ละคร ทีวี ที่ประชุมพบว่าไม่มีหลักเกณฑ์ขึ้นมาดูแล จึงขอให้ สคบ.จัดประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์และสมาคมโฆษณา เพื่อหาหลักเกณฑ์กลางในการควบคุมโฆษณาแฝง ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม คคบ.ครั้งต่อไปในเดือนสิงหาคม นายสาทิตย์กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด