ธปท.ชี้ไข้หวัดใหญ่ 2009 มีผลกระทบด้านลบต่อศก.ไทยน้อยกว่าความเสี่ยงจากศก.โลกและการเมือง

ธปท. ประเมินไข้หวัดใหญ่ 2009 มีผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจไทยน้อยกว่าความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและการเมืองไม่นิ่ง พร้อมส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า แม้การหดตัวของเศรษฐกิจไทยจะชะลอลง แต่ก็ยังมีความเปราะบางและความไม่แน่นอน โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบางที่น่าห่วงมากที่สุดคือ เศรษฐกิจโลก เพราะเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก

ปัจจัยเสี่ยงอันดับสอง คือ นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้ามีอะไรที่ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นทางการเมือง หรือมีปัญหาด้านเสถียรภาพการเมือง จนทำให้กระบวนการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ได้อย่างที่หวัง และปัจจัยเสี่ยงสุดท้ายคือ ไข้หวัดใหญ่ 2009

ผลกระทบโดยตรงของไข้หวัดใหญ่ 2009 คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้การใช้จ่ายในประเทศลดลง และกระทบต่อการบริโภคในประเทศ ซึ่งอาจมีผลกระทบรอบ 2 รอบ 3 รวมทั้งคนในประเทศเองถ้าไม่ออกไปเดินห้างสรรพสินค้า โรงมหรสพ ก็จะกระทบการใช้จ่ายในประเทศ ดังนั้นต้องติดตามขนาดของปัญหาและผลกระทบต่อประชาชนว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่จากการประเมินปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นปัจจัยสุดท้าย ดังนั้นลองคิดดูเองว่าจะมีผลมากน้อยแค่ไหน

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินในระยะต่อไป หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อปีในวันนี้ (15 ก.ค.) นายไพบูลย์ระบุว่า กนง.ยังไม่คิดว่าจะส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดแล้ว หรือว่าจะขึ้นดอกเบี้ย ยังไม่มีสัญญาณดังกล่าวเลย ดังนั้นหากเศรษฐกิจมีปัญหาหรือเกิดสะดุด ถ้าจำเป็น กนง.ก็พร้อมจะดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม เพื่อเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป

ในแง่นโยบายการเงิน คงไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้นนี้ ส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นในระยะนี้ เป็นไปตามกลไกตลาดและการแข่งขัน ไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาณดอกเบี้ยนโยบายการเงินนายไพบูลย์กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด