รวบหนุ่มแสบ หลอกสั่งอาหารร้านดังอ้างจัดเลี้ยง เชิดเงินหัวคิวหนี

รวบหนุ่มแสบ หลอกสั่งอาหารร้านดังอ้างจัดเลี้ยง เชิดเงินหัวคิวหนี
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

รวบหนุ่มอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทดัง หลอกสั่งสินค้าก่อนหนีหายพร้อมกับเงินค่าหัวคิว พบก่อเหตุ 14 ครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติ นำโดย พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป., ด.ต.สมบัติ สองธานี, ด.ต.พงษ์ธร สุขเกษม, ส.ต.ท.สิทธิชัย ทวีโภค, ส.ต.ท.ณัฐดนัย ภาลา และ ส.ต.ท.ภาคภูมิ อินทร์พรหม ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป. เชิญตัว นายพงศธร หรือหนุ่ม (สงวนนามสกุล) ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น มารับทราบข้อกล่าวหาต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง

หลังเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2563 เวลาประมาณ 15.40 น. นายพงศธรได้เข้ามาที่ร้านซูชิแห่งหนึ่ง ต.ศีรษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และอ้างตัวเป็นพนักงานของบริษัทชื่อดังย่านรางน้ำ สั่งให้ทางร้านทำซูชิ 150 กล่อง โดยแจ้งว่าจะนำไปเลี้ยงนักท่องเที่ยว โดยตกลงราคากันที่ 68,850 บาท ซึ่งนายพงศธร แจ้งกับทางร้านว่าให้ทำซูชิจริงในราคา 55,800 บาท เท่านั้น ในส่วนของเงินจำนวน 10,350 บาทที่เหลือ ขอเป็นค่าหัวคิวที่ตนเป็นผู้สั่งซื้อ

หลังจากนั้นนายพงศธรได้สั่งให้ทางร้านนำเงินจำนวน 10,350 บาท(ค่าหัวคิว) ใส่ซองเตรียมไว้เพื่อมอบให้ตนภายหลังจากที่ตนพาไปรับเงินค่าซูชิกับทางบริษัทดังกล่าว เจ้าของร้านจึงได้ให้พนักงานถือซองเงินค่าหัวคิวและไปที่บริษัทดังกล่าวกับนายพงศธร

โดยระหว่างเดินทางไปนั้นนายพงศธร ได้ฉวยโอกาสดึงซองเงินไปจากพนักงาน และหลอกให้พนักงานไปรอที่บริษัท แต่สุดท้ายนายพงศธร กลับไม่มาตามที่นัดหมาย เมื่อเจ้าของร้านทราบเรื่องจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามคนร้าย จนทราบว่า นายพงศธร เป็นผู้ก่อเหตุ โดยได้ก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าวมาแล้วเป็นจำนวนหลายครั้ง ทั้งในพื้นที่กทม. และปริมณฑล

ทั้งนี้ ทราบว่า นายพงศธร หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งย่านถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อพบจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมอธิบายรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี โดยทาง นายพงศธร ยอมรับว่าตนเป็นคนร้ายตามภาพในกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุดังกล่าวจริง ตำรวจจึงเชิญตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามนายพงศธรให้การยอมรับว่า ได้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. 2562 ถึงปัจจุบัน รวมก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะนี้มาแล้วจำนวน 14 ครั้ง

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดพบว่า นายพงศธร เคยถูกจับกุมในข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และพ้นโทษเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ผู้เสียหายที่เคยถูกนายพงศธร หลอกลวงเอาทรัพย์ไปโดยมีลักษณะการหลอกลวงคล้ายกับคดีนี้ สามารถเข้ามาตรวจสอบตำหนิรูปพรรณคนร้ายว่าตรงกับภาพของนายพงศธร หรือไม่ และหากยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับคนร้ายในคดีนี้จริง สามารถติดต่อพนักงานสอบ สภ.บางเสาธง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป