ตำรวจต้อนจนมุม "ไอ้เม" ทีมยิงถล่มบ้าน ทำเด็กวัย 14 ตาย ซ่อนตัวในป่าเขา

ตำรวจต้อนจนมุม "ไอ้เม" ทีมยิงถล่มบ้าน ทำเด็กวัย 14 ตาย ซ่อนตัวในป่าเขา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจต้อนกดดันจับ "ไอ้เม" หนึ่งในทีมยิงถล่มบ้านเด็กหญิงวัย 14 เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต พบคดีเก่าติดตัว รับสารภาพหมดเปลือก ก่อนแอบหนีมาอยู่กลางป่าเขาโพธิ์นบพิตำ

(12 พ.ย.) ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจกองปราบปรามและฝ่ายปกครองอำเภอนบพิตำ ได้จับกุมตัว นายขุนพล หรือ เม อายุ 25 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ผู้ต้องหา ก่อเหตุยิงถล่มบ้านหลังหนึ่งในตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกที่ของวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เหตุดังกล่าวส่งผลทำให้ เด็กหญิงวัย 14 ปี ที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันคนร้ายทีมเดียวกันยังไล่ยิงบ้านของเครือญาติอีก 3 หลัง ทำให้มีเด็กชาย 4 ขวบ ได้รับบาดเจ็บไปอีกคน ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมป่าเขาโพธิ์ ในท้องที่หมู่ที่ 9 ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังพบว่านายขุนพล มาหลบซ่อนตัวอยู่ในขนำกลางป่า โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาเกือบ 48 ชั่วโมง ปิดล้อมพื้นที่จนเข้าจับกุมเอาไว้ได้ โดยไม่มีการยิงต่อสู้แต่อย่างใด

>> ไม่มีปาฏิหาริย์ เด็กหญิง 14 เหยื่อยิงถล่มบ้านสิ้นใจแล้ว พ่อร่ำไห้ลูกต้องมาตายแทน

นายขุนพลได้นำไปชี้จุดซุกซ่อนอาวุธปืนให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดพร้อมให้ความร่วมมืออย่างดี ขณะที่เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าจู่โจม แต่นายขุนพลหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ทิ้งเครื่องกระสุนปืน ยาบ้าจำนวน 1,012 เม็ด ยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไว้แล้วและทำการปิดล้อม กระทั่งจับกุมตัวนายขุนพลไว้ได้

พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้เข้าทำการสอบสวน นายขุนพล ได้รับสารภาพว่าได้ร่วมใช้อาวุธปืนยิงบ้านของนายวิชัย และเครือญาติของนายวิชัย รวม 3 หลัง ทำให้เด็กหญิงอายุ 14 ปี เสียชีวิต และเด็กชายอายุ 4 ขวบได้รับบาดเจ็บ และยังสารภาพในคดีพยายามฆ่า

ทั้งนี้ นายขุนพล เคยก่อคดีเมื่อปี 2561 โดยมีหมายจับติดตัวอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าตามหมายจับเก่าไว้อีก 1 คดี

นายขุนพล ยอมรับสารภาพและซัดทอดว่ายาบ้าจำนวนกว่า 1 พันเม็ดนั้นเป็นของนายวัฒนา หรือ หัวมัน ซึ่งได้รับมาเพื่อจำหน่าย ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นได้คืนให้นายวัฒนาไปแล้ว หลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีกันไป ตนตัดสินใจมาหลบในสวนผลไม้ของญาติ ที่อยู่ติดกับป่าเขาโพธิ์ ใน อ.นบพิตำ โดยคาดไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่จะตามมาจับได้ในที่สุด

>> มือปืนตั้งใจมายิงพ่อ ลูกสาววัย 14 รับเคราะห์แทน เด็กข้างบ้าน 4 ขวบ โดนลูกหลงสาหัส