สาวลูกครึ่งโดนห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน เพราะแต่งตัวใส่ "ชุดเอวลอย"

สาวลูกครึ่งโดนห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน เพราะแต่งตัวใส่ "ชุดเอวลอย"

กลายเป็นประเด็นร้อนแรง สาวลูกครึ่งออสซี่ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน เพราะใส่ชุด "เอวลอย" และโชว์สัดส่วนท่อนบนมากไปนิด สายการบินเป็นกังวลว่าจะไม่เหมาะกับผู้โดยสารเด็กเล็กหรือครอบครัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงสาวลูกครึ่งออสเตรเลียได้ออกมาโพสต์แชร์ภาพสไตล์การแต่งตัวของเธอ ที่ทำให้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกโซเชียลมีเดีย เพราะเธอถูกเจ้าหน้าที่สายการบินแห่งหนึ่งปฏิเสธที่จะให้ขึ้นโดยสาร เพราะการแต่งกายที่ดูไม่สุภาพของเธอ เพราะเสื้อกล้ามที่โชว์สัดส่วนมากเกินไป

เซราห์ หญิงสาววัย 33 ปี ลูกครึ่งออสเตรเลีย-ศรีลังกา ที่นำเอาเรื่องการแต่งตัวขึ้นเครื่องบินของเธอมาเป็นประเด็นถกเถียงในโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เธอกับแฟนหนุ่มกำลังจะเดินทางกลับบ้าน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังจะขึ้นเครื่องบินที่นครซิดนีย์ เจ้าหน้าที่สายการบินได้เข้ามาแจ้งถึงความเป็นห่วงในการแต่งกายของเธอ

เจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งว่า เซราห์แต่งกายดูล่อแหลมเกินไป และอาจจะสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้โดยสารที่เป็นเด็กและครอบครัวบนเที่ยวบินเดียวกัน เนื่องจากเสื้อของเธอที่ดูเปิดโชว์สัดส่วนมากเกินไป แม้จะเป็นชุดที่ดูกระฉับกระเฉงคล้ายกับชุดออกกำลังกายก็ตาม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า การแต่งกายของเธอนั้น ทางสายการบินจำเป็นที่จะต้องปฏิเสธไม่ให้เธอขึ้นเครื่องบินโดยสารด้วย เพื่อรักษาบรรยากาศและความเหมาะสมบนเที่ยวบิน ขณะที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็ตามมาสมทบและพิจารณาในกรณีนี้ ซึ่งเขาก็มีแนวคิดเดียวกันและไม่ต้องการให้เธอร่วมโดยสารไปด้วยเที่ยวบินนี้

เซราห์ กล่าวว่า เธอกับแฟนแทบไม่เห็นเด็กๆ บนเที่ยวบินดังกล่าวเลย พวกเขารู้สึกประหลาดใจมากที่มีคำร้องขอออกมาเช่นนี้ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเธอตกเป็นเป้าหมายหลัก อาจจะเป็นว่าเธอมีเชื้อสายชาวแขกติดตัวมาด้วย

โดยหลังจากนั้นเธอจึงได้โพสต์ภาพของเธอและประเด็นนี้ทวิตเตอร์ หลังจากเธอถูกปฏิเสธไม่ให้โดยสารไปกับสายการบินแห่งนี้ เธอจำเป็นต้องซื้อตั๋วจากสายการบินอื่น และสามารถเดินทางกลับบ้านได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ กับการแต่งกายของเธอ

ขณะที่ชาวโซเชียลมีเดียก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน มีทั้งฝ่ายที่เห็นใจหญิงสาว มองว่าสายการบินคุกคามสิทธิส่วนบุคคลของผู้โดยสารเกินไปหรือไม่ แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าหญิงสาวแต่งกายไม่เหมาะสมตามที่สายการบินคิดเห็น เพราะอย่างน้อยๆ ก็ควรจะมีกาลเทศะบ้าง เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม หลังจากประเด็นดังกล่าวกลายเป็นไวรัล ทางสายการบินชื่อดังได้ออกแถลงการณ์ขอโทษหญิงสาว และยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติกับผู้โดยสาร หรือเหยียดเชื้อชาติใดๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้