เป๊ปซี่ผุดโรงงานสีเขียวแห่งแรกในจีน

ปลายเดือนที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) เป๊ปซี่โค ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำอัดลม เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวจากสหรัฐอเมริกา เพิ่งเปิดโรงงานแห่งใหม่เอี่ยมอ่องในสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมประกาศแผนเจ้าบุญทุ่มเปิดเพิ่มอีก 5 โรงงานภายในเวลา 2 ปีข้างหน้า รวมเงินลงทุนทั้งสิ้นคิดเป็นมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 34,000 ล้านบาท เป้าหมายก็เพื่อขยายอาณาจักรธุรกิจในตลาดจีนที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและเป็นตลาดสำคัญในยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจของเป๊ปซี่โคในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

โรงงานใหม่ที่เพิ่งเปิดเดินเครื่องของเป๊ปซี่ตั้งอยู่ในเมืองฉงชิ่ง (Chongqing) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน จุดเด่นโดดๆ ที่บริษัทภูมิใจนำเสนอเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ก็คือ มันเป็นโรงงาน สีเขียว แห่งแรกแห่งเดียว ของเป๊ปซี่ที่ออกมาลงทุนก่อสร้างนอกสหรัฐอเมริกา คำว่า สีเขียวนั้นหมายถึง โรงงานแห่งนี้มีกระบวนการผลิตและการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป๊ปซี่ขยายความว่า โรงงานฉงชิ่งไม่เพียงใช้น้ำในปริมาณน้อยลงถึง 22% แต่ยังใช้พลังงานเชื้อเพลิงน้อยลงถึง 23% อีกด้วย (เมื่อเทียบกับโรงงานแห่งอื่นๆ ของบริษัทที่มีอยู่ในประเทศจีน)

งานนี้นับว่าเป๊ปซี่เดินหมากได้สวยเพราะจีนเองก็ยังต้องการเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งยังพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานที่ฉงชิ่งของเป๊ปซี่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า มาตรฐานผู้นำด้านการออกแบบเพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Leadership in Energy and Environmental Design) ภายใต้การรับรองของสภาการอาคารสีเขียว หรือ Green Building Council ในสหรัฐอเมริกา โรงงานดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถประหยัดการใช้น้ำและพลังงานตามจุดต่างๆ ของอาคารได้มากกว่า 35 จุดด้วยกัน เช่นการใช้น้ำเพื่อการชำระล้าง รวมถึงการรดน้ำต้นไม้และสนามหญ้า จะมีการใช้น้ำหมุนเวียนซึ่งหมายถึงการนำน้ำที่ใช้แล้วมาเวียนใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้อีก

นี่คือการลงทุนโครงการใหญ่ที่สุดและมีความมุ่งหวังมากที่สุดนับตั้งแต่ที่เราดำเนินธุรกิจในจีนมากว่า 25 ปี นางอินทรา นูยี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเป๊ปซี่โค กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังขาดเสถียรภาพและหาความแน่นอนไม่ได้ในหลายประเทศ แต่ไม่มีข้อสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่า จีนยังคงเป็นหัวจักรสำคัญที่การขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลก ฉะนั้น การเดินหน้าผุดโรงงานของเป๊ปซี่อีก 5 แห่งในตลาดสำคัญแห่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ พื้นที่เป้าหมายการลงทุนของเป๊ปซี่คือ หัวเมืองรองซึ่งตั้งลึกเข้าไปในเขตแผ่นดินใหญ่ด้านตะวันตกและตลาดยังไม่มีการพัฒนามากนัก เช่น จังหวัดคุนหมิง เจิ้งโจว กวางโจว หลันโจว และหนันฉาง

โรงงานแห่งใหม่ที่เมืองฉงชิ่งไม่เพียงเป็นต้นแบบสำหรับโรงงานสีเขียวแห่งอื่นๆ ที่อาจจะมีตามมาในอนาคต แต่เป๊ปซี่ยังมุ่งหวังให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีอนาคตสดใสและเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของเป๊ปซี่รองจากตลาดสหรัฐฯ โรงงานแห่งนี้จะทำการผลิตเครื่องดื่มในเครือของเป๊ปซี่ไม่ว่าจะเป็นเป๊ปซี่-โคล่า เมาเทนดิว เกเตอเรด ทรอปิคานา หรือน้ำดื่มบรรจุขวด พร้อมกันนั้น บริษัทยังมีแผนขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายในจีนเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการขยายเพิ่มกำลังการผลิต

รายงานระบุว่า เป๊ปซี่โคไม่เพียงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเครื่องดื่มและน้ำอัดลมของจีน แต่ยังมีบทบาทในตลาดขนมขบเคี้ยว โดยเฉพาะมันฝรั่งอบกรอบ ซึ่งบริษัทมีโรงงานผลิตมันฝรั่ง เลย์ อยู่ในจีน ทำการวิจัยและพัฒนามันฝรั่งอบกรอบรสชาติท้องถิ่นคุ้นลิ้นชาวจีน เช่น รสเป็ดปักกิ่ง รสมะนาว และรสลิ้นจี่ ออกมาเอาใจตลาด ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง

นอกจากความเคลื่อนไหวของเป๊ปซี่แล้ว เพื่อความสมบูรณ์ของภาพรวมคงต้องกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของโคคา-โคลา ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ด้วยเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ โค้กก็เพิ่งประกาศว่าจะเทงบลงทุนถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อการสร้างโรงงานแห่งใหม่ การขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายและเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดในประเทศจีนในระยะ 3 ปีข้างหน้า แม้ว่าเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แผนการรุกตลาดน้ำผลไม้ในจีนของโค้กด้วยการเสนอซื้อกิจการบริษัท ฮุ่ยหยวน จู้ซ กรุ๊ปฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้รายใหญ่ที่สุดของประเทศจีนจะเจอตอเข้าอย่างจัง จากการที่รัฐบาลจีนไม่ยอมอนุมัติการซื้อขายกิจการดังกล่าว โดยอ้างข้อกฎหมายต่อต้านการผูกขาดตลาด

ตลาดใหญ่ที่เย้ายวนใจอย่างจีน จะว่าไปก็เหมือนสาวงามที่ใครๆ ก็จ้องรุมจีบ อยากได้ใจว่าที่พ่อตา (รัฐบาล) ก็ต้องทำการบ้านมาให้ดีว่าชอบอะไรแบบไหน อย่างโครงการของเป๊ปซี่เห็นทีจะโกยคะแนนนำหน้าไปแล้วหลายกระบุง

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด