ศาลสั่งคุก 6 เดือน ชาวเน็ตปล่อยข่าวลือ "ซันนี เกิร์ลส์เจนฯ" คั่วพระเอกรุ่นพี่

ศาลสั่งคุก 6 เดือน ชาวเน็ตปล่อยข่าวลือ "ซันนี เกิร์ลส์เจนฯ" คั่วพระเอกรุ่นพี่

สั่นสะท้านชาวเน็ตเกาหลี ศาลตัดสินโทษจำคุก 6 เดือน มือมืดปล่อยข่าวมั่ว "ซันนี เกิร์ลส์เจเนอเรชัน" แอบคบหากับ "อีซอจิน" พระเอกชื่อดัง ชี้เป็นพฤติกรรมที่พาดพิงผู้อื่นที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตรายหนึ่งถูกศาลตัดสินใจโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ฐานปล่อยข่าวลืออันเท็จออกสู่โลกออนไลน์ สืบเนื่องจากการปล่อยข่างอ้างว่า "ซันนี" หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลส์เจเนอเรชั่น แอบชู้สู่ชายกับพระเอกหนุ่มเกาหลี "อีซอจิน"

ตามรายงานระบุว่า เมื่อวานนี้ (18 ต.ค.) ศาลประจำจังหวัดแดจอน ได้นัดพิพากษาคดีที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตรายหนึ่ง กล่าวหาและปล่อยข่าวอันเป็นเท็จให้กับศิลปินคนดังอย่าง "ซันนี" หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลเจเนอเรชั่น และพระเอกหนุ่มเกาหลี "อีซอจิน" โดยศาลพิจารณาและตัดสินว่าผู้ต้องหามีความผิด อีกทั้งยังมีเจตนาปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จออกสู่สาธารณชน ทำให้ผู้อื่นเข้าใจในตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาผิดและสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ผู้อื่น

ผู้ต้องหาได้โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ที่มีสมาชิกนับล้านคน ทำให้เกิดการกระจายข่าวลือออกไปไปทั่ว โดยศาลมองว่าเป็นพฤติกรรมที่อันตราย จึงเห็นสมควรตัดสินโทษจำคุก 6 เดือน พร้อมกับลงอาญาเอาไว้ 2 ปี รวมทั้งผู้ต้องหาต้องเข้าบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเป็นเวลา 80 ชั่วโมง โดยระหว่างที่อยู่ในช่วงรอลงอาญา ห้ามผู้ต้องหากระทำความผิดซ้ำเดิมอีก

สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว ได้มีการกระแสข่าวลือออกมาจากโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตรายหนึ่งกล่าวหาว่า พระเอกหนุ่มรุ่นใหญ่ อีซอจิน แอบคบหาดูใจอยู่กับนักร้องสาว ซันนี แห่งวงเกิร์ลเจเนอเรชั่น อ้างว่าความของทั้งคู่พัฒนาขึ้นระหว่างร่วมถ่ายทำรายการวาไรตีด้วยกัน และทีมงานเอาก็รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอย่างดี

แต่กระแสข่าวลือที่เผยแพร่ออกไป ทำให้นักร้องสาว ซันนี เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก และข่าวดังกล่าวทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะถูกกล่าวหาว่าแอบคบหากับนักแสดงรุ่นพี่ที่ไม่ได้เป็นความจริง ทำให้เธอและทางเอเยนซีตัดสินใจดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเป็นเท็จดังกล่าว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์จะแกะรอยจากเลขไอพีและติดตามจับกุมตัวได้ ทำให้คดีดังกล่าวกลายเป็นคดีตัวอย่างของกรณีไซเบอร์บูลลีในสังคมเกาหลีใต้