มีวันนี้เพราะพี่ป้อม-พี่ป๊อก! "นายกฯ" บอกยังสู้ไหว ตราบใดที่มี "รองนายกฯ" เก่ง (มีคลิป)

มีวันนี้เพราะพี่ป้อม-พี่ป๊อก! "นายกฯ" บอกยังสู้ไหว ตราบใดที่มี "รองนายกฯ" เก่ง (มีคลิป)
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานและให้ข้อคิดเห็นในการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากบอกว่าชื่นชมตนเองได้อ่านเอกสารทั้งหมด ได้เห็นพัฒนาการมาตามลำดับ ที่หลายอย่างนำสู่การปฏิบัติไปบ้างแล้ว และอีกหลายอย่างอยู่ระหว่างการดำเนินการ ขณะเดียวกัน วันนี้มาพบกับทุกคนในฐานะพี่น้อง ทั้งคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่และรุ่นปัจจุบัน ที่จะต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ซึ่งทุกอย่างอยู่ในแนวทางของรัฐบาลที่แล้วและต้องดำเนินการต่อไปในรัฐบาลนี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เมื่อตนเองมาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้เห็นถึงความจำเป็นในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ที่หลายประเทศเทศก็ได้มีการดำเนินการ แต่ทุกอย่างสามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้

อย่างไรก็ตาม ทุกคนทราบดีว่ายุคเทคโนโลยีดิจิทัล มีผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งตนเองไม่กังวลเรื่องภายนอกประเทศ แต่กังวลภายในประเทศมากกว่า พร้อมบอกว่า ตนเองพูดมาหลายวันแล้ว ไม่เหนื่อยและยืนยันว่า ยังสู้ไหว ตราบใดที่มีรองนายกรัฐมนตรีเก่งๆ แบบนี้เพราะทุกคนคือพี่น้องทั้งสิ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้ข้อคิดเห็นในการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ว่า วันนี้เรามีอุตสาหกรรมหลายอย่างด้วยกัน ขั้นต่ำ ขั้นปานกลาง และขั้นสูง การพัฒนาจึงมีปัญหามากพอสมควรเพราะขาดความเชื่อมั่น หากเราพูดว่าทุกอย่างแย่ ก็ไม่มีใครกล้ามาลงทุนเพราะทุกคนกลัว เหตุใดเราไม่ปลุกคนเหล่านี้ให้มาช่วยกันดูแลประเทศชาติได้หรือไม่ เพราะรัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่ไหว ไม่มีใครแก้ปัญหาได้โดยลำพัง ไม่มีประเทศใดทำได้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า วันนี้ตนเองดีใจไปงานในหลายโรงแรมมีคนเข้าพัก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าแปลกใจหรือไม่ ที่มีคนพยายามบอกว่ารัฐบาลไม่ดี แต่ยังมีการจองห้องพักเกือบเต็มทุกห้อง ดังนั้น หากโจมตีกันไปมาก็จะเสียหายไปหมด เพราะไม่ได้พูดกันแค่ในประเทศไทยแต่เสียหายไปถึงข้างนอก จึงอยากฝากทุกคนช่วยกันด้วย ทั้งนี้ ตนเองฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องทำเพื่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เป็นสิ่งที่ตนเองยึดถือมาโดยตลอด

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ประชาชนปากหวานบอกรักนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ว่าจะรักหรือไม่รักตนเอง ตนเองก็ต้องช่วยเหลือ ยิ่งไม่รักยิ่งต้องช่วยไม่ได้ช่วยเพราะให้รัก แต่ช่วยเพราะให้เข้าใจว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาตามหลักที่ถูกต้อง และอยากฝากทหารว่าจะต้องรู้ทุกเรื่องเพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่ก้าวก่ายหน่วยงานอื่น พร้อมแนะสถานศึกษาให้ตัดหลักสูตรที่เรียนแล้วไม่มีงานทำออก บรรจุหลักสูตรที่ตลาดแรงงานต้องการเข้ามาแทน

ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนช่วยกันลดความขัดแย้งในสังคม อย่าตอบโต้ ไม่ว่าใครจะโพตส์ด่าหรือชม ตนเองไม่สนใจ เพราะพระท่านสอนไว้แล้ว ซึ่ง ส่วนตัวปลงทุกวัน พระให้นับถึง 10 แต่ตนเองนับถึง 3 ก็ไม่ไหวแล้ว บางทีรู้สึกอึดอัด อกจะแตก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนเองพูดเยอะไม่ได้เพราะสีหน้ารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเริ่มออกแล้ว แต่ตนเองมีทุกวันนี้ได้เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะอยู่ชายแดนมาด้วยกัน อีกหนึ่งคนคือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ฝึกฝนทำให้ตนเองมีวันนี้ ซึ่งหากทำผิดก็ไม่ได้ปล่อยไว้และใช้เวลานานกว่า พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ จะยอมรับตนเอง และยืนยันว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้เพื่อผลประโยชน์ หากใครไม่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกันมาคงไม่ทราบ